================================================== -->

เว็บ สล็อต โอน ผ่าน วอ เลท1️⃣LOOK618

ในส่วนของค่าเสียหายนั้น ศาลปกครองสูงสุดเห็นว่า กรณีสืบเนื่องมาจากการชุมนุมบางส่วนมีลักษณะที่ทำให้ผู้อื่นเกรงกลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิตร่างกายเสรีภาพและทรัพย์สินซึ่งเป็นหน้าที่ของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ที่จะต้องระงับยับยั้งการกระทำดังกล่าว เมื่อพิจารณาถึงพฤติการณ์และความร้ายแรงแห่งการกระทำละเมิดแล้วเห็นว่าค่าเสียหายที่ศาลปกครองชั้นต้นกำหนดสูงเกินส่วน จึงสมควรลดค่าเสียหายลดร้อยละ ๒๐ ศาลปกครองสูงสุดจึงมีคำพิพากษาแก้คำพิพากษาของศาลปกครองชั้นต้น เป็นให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ รับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้ฟ้องคดีและผู้ร้องสอดแต่ละรายจำนวนตั้งแต่ ๗,๑๒๐ บาท ถึง ๔,๑๕๒,๗๗๑๘๔ บาท พร้อมดอกเบี้ย ยกฟ้องผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลปกครองชั้นต้น

  • เยี่ยมชมบล็อก:963702
  • จำนวนบล็อกโพสต์: 619
  • กลุ่มผู้ใช้: ผู้ใช้ทั่วไป
  • เวลาลงทะเบียน:2021-09-24 22:56:38
  • ตรารับรอง:
รายละเอียดส่วนบุคคล

ด่วน บิ๊กป้อม ประกาศแล้ว!หากประชาชนไม่ต้องการพร้อม ลาออก 31 มกราคม พศ 2561 เวลา 13:17 น

ที่เก็บบทความ

2015(24)

2014(148)

2013(677)

2012(677)

การสมัครสมาชิก

การจำแนกประเภท: Pan'an ข่าวเครือข่าย

fun88 รีวอร์ด,หนังยาวยึดทรัพย์ ยิ่งลักษณ์  หรือจะซ้ำรอย ทักษิณ-พี่ชาย?  31 มกราคม พศ 2561 เวลา 00:01 น ทั้งกระทรวงการคลัง-กรมบังคับคดี ออกมาการันตีการเดินหน้าสืบทรัพย์-อายัดทรัพย์ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หลังศาลปกครองกลางยกคำร้องของยิ่งลักษณ์ ที่ขอให้ศาลมีคำสั่งทุเลาการบังคับตามคำสั่งที่กระทรวงการคลังสั่งให้ ยิ่งลักษณ์ ชดใช้ค่าเสียหายจากโครงการรับจำนำข้าว จำนวนเงิน 35,717 ล้านบาท ตามคำสั่งกระทรวงการคลังที่ 1351/2559 ไม่ว่าจะเป็นทั้ง อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมวการคลัง ที่ยืนยันว่าการนำสืบทรัพย์ยิ่งลักษณ์ กระทรวงการคลังเดินหน้าต่อไปอยู่แล้ว ไม่ได้หยุดหรือชะลออะไร เช่นเดียวกับ นสรื่นวดี สุวรรณมงคล อธิบดีกรมบังคับคดี ก็แจงว่ากรมบังคับคดีจะดำเนินการตามขั้นตอนในการร่วมมือกับกระทรวงการคลัง เพื่อสืบทรัพย์และตั้งเรื่องขอยึดอายัดทรัพย์ยิ่งลักษณ์กระนั้นดูแล้วหนังเรื่องนี้คงยาวกว่าคดีจะถึงที่สุด ถึงขั้นนำไปสู่การ ยึดทรัพย์ยิ่งลักษณ์ เพื่อนำเงินและทรัพย์สินมาชดเชยค่าเสียหายจากโครงการรับจำนำข้าว ตามที่กระทรวงการคลังสรุปผลและออกคำสั่งไว้ เพราะขั้นตอนกระบวนการต่างๆ ในทางคดีปกครองเพื่อให้อดีตนายกฯ หญิงชดใช้เงินดังกล่าวยังเหลืออีกพอสมควร ทั้งการสืบทรัพย์และอายัดทรัพย์ต่างๆ เพื่อให้ครบตามจำนวนที่กระทรวงการคลังตั้งไว้ ซึ่งแน่นอนว่าหากดูจากฐานข้อมูล บัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ของยิ่งลักษณ์ที่เคยแจ้งต่อ ปปช ตอนเข้าดำรงตำแหน่งนายกฯ และหลังพ้นจากตำแหน่ง ทรัพย์สินของยิ่งลักษณ์มีไม่ถึงแน่นอน อาทิ หากพลิกแฟ้มบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินที่แจ้งต่อ ปปชหลังพ้นจากตำแหน่ง อันเป็นบัญชีวันที่ 6 พค58 ยิ่งลักษณ์บอกว่ามีทรัพย์สิน 579 ล้านบาท เช่นเงินฝากธนาคารมี 16 บัญชี ฝากไว้ตามที่ต่างๆ อาทิ ธนาคารกรุงเทพ 7 เล่ม, ธนาคารกสิกรไทย 4 เล่ม, ธนาคารยูโอบี 3 เล่ม และบริษัทหลักทรัพย์ธนชาตอีก 2 เล่ม รวมแล้วประมาณ 24 ล้านบาทส่วนอสังหาริมทรัพย์หลักๆ ก็เช่นบ้านพักอาศัยหลังใหญ่แถวซอยนวมินทร์ มูลค่า 110 ล้านบาท หรือเงินลงทุน 115 ล้านบาท เงินให้กู้ยืม 108 ล้านบาท เป็นต้นดังนั้น ทรัพย์สินที่มีและแจ้งไว้อย่างเป็นทางการจึงไม่เพียงพอชดใช้ค่าเสียหาย 35,717 ล้านบาท ตามที่กระทรวงการคลังระบุไว้ และต่อให้มีเพียงพอหรือมีมากน้อยแค่ไหน ก็เป็นเรื่องธรรมดาที่ไม่มีใครยอมให้ทรัพย์สินของตัวเองถูกอายัดถูกยึดแน่นอน การสู้คดีจนถึงที่สุดจึงเป็นขั้นตอนปกติที่เกิดกับทุกคนไม่ว่าจะเป็นยิ่งลักษณ์หรือคนธรรมดาดังนั้น หากกรมบังคับคดี กระทรวงการคลัง มีการสืบทรัพย์ พิสูจน์ทรัพย์ อายัดทรัพย์ ยึดทรัพย์ขายทอดตลาด ยิ่งลักษณ์ต้องสู้จนถึงที่สุดไม่ว่าจะเป็นศาลไหน!ประเมินแล้วกว่าคดีจะถึงที่สุดคงต้องรอกันอีกหลายยก และเป็นหนังยาวแน่นอนแม้เจ้าตัวจะหนีคดีไม่กลับมาประเทศไทยแล้ว แต่ก็ต้องใช้ช่องทางกฎหมายทุกรูปแบบ เพื่อระงับยับยั้งกรมบังคับคดีไม่ให้มายึดทรัพย์สินทั้งหมดขณะที่ก่อนหน้านี้ นพวรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต สสพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ เผยแพร่ข้อความผ่านเฟซบุ๊กWarong Dechgitvigromหลังศาลปกครองกลางยกคำร้องยิ่งลักษณ์เมื่อ 29 มคว่า สำหรับผู้ที่ยังติดตามคดียึดทรัพย์นางสาวยิ่งลักษณ์ ล่าสุดวันที่ 29 มกราคม 2561 ศาลปกครองกลางมีคำสั่งยกคำร้องของนางสาวยิ่งลักษณ์ กรณีมีคำสั่งยึดทรัพย์ 35 หมื่นล้านบาทที่ต้องรับผิดชอบ เท่ากับว่ากรมบังคับคดีสามารถเดินหน้ายึดทรัพย์ต่อได้โดยก่อนหน้านี้ หลังจากมีคำสั่งทางปกครองให้นางสาวยิ่งลักษณ์ชดใช้ค่าเสียหาย กรณีปล่อยให้เกิดการทุจริตจำนำข้าว 35 หมื่นล้านบาทตั้งแต่เดือนตุลาคม 2539 นางสาวยิ่งลักษณ์เคยร้องศาลปกครองกลางครั้งแรกเพื่อขอคุ้มครองชั่วคราว และศาลปกครองกลางเคยมีคำสั่งยกคำร้องเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2560 มาแล้วเท่ากับว่าคดีทุจริตจำนำข้าวและจีทูจีเดินทางมาใกล้จบบริบูรณ์ นั่นคือคดีอาญาจบแล้ว ส่วนคดีแพ่งที่นำไปสู่การยึดทรัพย์ หลังจากที่ศาลยกคำร้องที่ขอทุเลาการบังคับคดี การยึดทรัพย์ก็เดินหน้าต่อได้ จนกว่าศาลปกครองจะมีคำสั่งเป็นทางการอีกครั้ง ทุกอย่างก็จบ ยิ่งลักษณ์ที่ตอนนี้อยู่ในสภาพเดียวกับ ทักษิณ ชินวัตร พี่ชาย คือเป็นผู้ต้องหาหลบหนีคดีอยู่ต่างประเทศแต่ชะตากรรมต่อจากนี้ไปจะเหมือนกับทักษิณ ที่ถูกยึดทรัพย์ 46,373,680,754 บาทจากเหตุใช้อำนาจขณะเป็นนายกรัฐมนตรีโดยมิชอบจนทำให้ร่ำรวยผิดปกติ หรือไม่ต้องรอให้กระบวนการต่างๆ ดำเนินไปจนถึงที่สุด ถึงจะเห็นบทสรุปสุดท้าย คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบเมื่อวันอังคารที่ 31 มค2561 ให้ยกเว้นภาษีบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ที่นำค่าใช้จ่ายบริจาคเข้ากองทุนวิจัยและนวัตกรรม 4 กองทุน ประกอบด้วย กองทุนเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์ฯ กองทุนสนับสนุนการวิจัย กองทุนเพื่อการพัฒนาระบบมาตรวิทยา กองทุนเพื่อการพัฒนาระบบสาธารณสุข หากบุคคลธรรมดาบริจาค โดยนำค่าใช้จ่ายหักลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า เมื่อร่วมกับการบริจาคด้านการศึกษาต้องไม่เกิน10% ของเงินบริจาค 88 บา คา ร่าทั้งนี้ คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน จึงได้มีมติลดอัตราเงินอุดหนุนจากกองทุนน้ำมัน จาก 63525 บาทต่อกิโลกรัม ลงมาอยู่ที่ 47880 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งสถานการณ์ราคาในตลาดปัจจุบันไม่ได้ส่งผลกระทบต่อราคาขายปลีกก๊าซแอลพีจี ที่ยังมีราคาคงเดิม 1982 บาทต่อกิโลกรัมนอกจากนี้ในร่าง พรบฉบับดังกล่าวจะมีคณะกรรมการพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ (กพป) และมีสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ เป็นหน่วยงานที่ขึ้นอยู่กับสำนักงานคณะกรรมการนโยบายการศึกษาและพัฒนามนุษย์แห่งชาติ หรือ ซูเปอร์บอร์ดการศึกษา อย่างไรก็ตามร่าง พรบการปฐมวัยแห่งชาติ จะนำไปรับฟังความคิดเห็นจากนั้นจะดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนเดือนเมษายนนี้

31 มค 61 - สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดงาน เทศกาลโคนมแห่งชาติ ประจำปี 2561 ณ องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรีสส, สว และครม บา คา ร่า 98 เรื่อง ค่าแรงขั้นต่ำ นี่ เป็นปัญหาโลกแตกมาตลอด ลูกจ้าง ก็จะเอาแพงๆ นายจ้าง ก็จะจ่ายถูกๆ ก็มีเหตุผลด้วยกันทั้งสองฝ่าย แต่ถ้าถามว่าฝ่ายไหนผิด-ฝ่ายไหนถูก? ไม่รู้? รู้แต่ว่า เวลานี้ บริษัท-ห้างร้าน-ธุรกิจ-อุตสาหกรรมทั้งหลาย ต่างมีแผน ลดจ้าง-โละคน ออกเรื่อยๆ แต่งาน ไม่ลด ! เมื่องานไม่ลด แถมมีแต่เพิ่มขึ้น แล้วจะให้ใครทำงาน? คำตอบคือ หุ่นยนต์ และเทคโนโลยีไอที ที่จะเข้ามาแทน แทนคน ! เหตุผลชัด-ตรงตัว ลดต้นทุน หุ่นยนต์ไม่เรื่องมาก ไม่เรียกร้องโบนัส-เงินเดือน ไม่มีโอที ไม่ประท้วงหยุดงาน แถมควบคุมได้ทั้งปริมาณและคุณภาพ อุตสาหกรรมเกษตรและโรงงานผลิตอาหารสำเร็จรูปเครือซีพีทุกวันนี้ ใช้ หุ่นยนต์ แทน คน มากขึ้น โรงงานผลิตอาหารสำเร็จรูปใหญ่ที่สุดในจีนของซีพี เนื้อที่มากกว่า ๔๒,๐๐๐ ตารางเมตร ผลิตตลอด ๒๔ ชั่วโมง ไม่ใช้คนเลย! โกดังสินค้าอาลีบาบา ของแจ๊ก หม่า กว้างใหญ่เป็นเมือง แต่ใช้คนแค่ ๓๐% ที่เหลืออีก ๗๐ ใช้หุ่นยนต์ ถ้าสังเกต ช่วงรอยต่อศตวรรษ จะเห็นบริษัทธุรกิจการค้าใหญ่ๆ ต่างประกาศแผน ลดคน ใช้หุ่นยนต์และระบบไอทีแทนเรื่อยๆ แม้แต่ในบ้านเรา หลายวันก่อน ผู้บริหารแบงก์ไทยพาณิชย์ นายอาทิตย์ นันทวิทยา ก็ประกาศปรับองค์กร รองรับกระแสดิจิทัล ขับเคลื่อนไทยพาณิชย์สู่ความเป็น The Most Admired Bank ด้วยแผน ๓ ปี ลดสาขาเหลือ ๔๐๐ จาก ๑,๑๕๓ สาขา ตั้งเป้าลดพนักงานเหลือ ๑๕,๐๐๐ คน จาก ๒๗,๐๐๐ คน หลายคนตกใจ นึกว่าการลดสาขา-ลดพนักงานหมายถึงแบงก์ไทยพาณิชย์สั่นคลอน ธุรกิจกินดอกเบี้ยเตี้ยลง พนักงานไทยพาณิชย์ก็ตกใจ แต่ไม่ได้ตกใจด้านนั้น หากแต่ตกใจด้วยกลัว ตกงาน ถึงขั้นประท้วง แต่ก็ ตกลง ได้ ด้วยเข้าใจกัน ลบแผนโละ แต่พนักงานต้อง สร้างศักยภาพ ตัวเอง รองรับเทคโนโลยีเปลี่ยนโลกด้วย! ที่หยิบเรื่องนี้มาคุย เหตุผลแรก คือ โลกมันหมุน ถ้าเราอยากอยู่กับโลกให้สุข ก็ต้องหมุนไปกับโลก คือวันนี้ ถึงยุคเทคโนโลยีไอทีครองโลก ถ้าเราอยากมีงาน มีเงินจากงาน มีความลงตัวในการใช้ชีวิตร่วมสังคมโลก ก็ต้องเรียนรู้-พัฒนาให้เข้ากับยุค อย่าอ้างวัยเพื่อเลี่ยงการเรียนรู้ พูดง่ายๆ ต้อง อัพเกรด ตัวเอง สู่ยุคไอทีด้วย ที่ นายกฯ ประยุทธ์ วางแนวสร้างศักยภาพประเทศ ด้วยยุทธศาสตร์ ๔๐ นั่น ถูกแล้ว เมื่อโลกเขาลัดนิ้วมือไปด้วยไอที และเราวางตำแหน่งประเทศเป็นเมืองท่องเที่ยว เป็นประเทศอุตสาหกรรมเกษตรส่งออก อุตสาหกรรมเครื่องจักร และปิโตรเคมีและสังสรรค์-สโมสรร่วมประชาคมโลกทุกรูปแบบอย่างทุกวันนี้ ก็จำเป็น ต้อง หมุนตามโลก ไปกับเขา! กรณีแบงก์ไทยพาณิชย์ ผมจึง มองต่าง ในทันทีที่เห็นข่าว คือขณะที่คนอื่น มอง มุมลบ ผมกลับเห็นการ ลดสาขา-ลดพนักงาน ว่านั่น เป็นวิสัยทัศน์ของคณะบริหารไทยพาณิชย์ สมัยก่อน แต่ละแบงก์ จะใหญ่-จะโต จะมีหน้า-มีตา วัดกันตรงใครมีสาขาครอบคลุมแต่ละพื้นที่ประเทศมากกว่ากัน เพราะยุคนั้น สลึงหนึ่ง บาทหนึ่ง คนก็ต้องหอบสังขารไปแบงก์ แต่ยุคไอที มีตู้ ATM ให้ฝาก-ถอน-โอน-กู้ ริมถนน ตามห้าง ตามชุมชน ตลอด ๒๔ ชั่วโมง สำนักงานสาขา กลายเป็นตัวเทอะทะ สร้างภาระ เพิ่มค่าใช้จ่าย เปลืองคนโดยเปล่าประโยชน์ ยุคนี้ คนเดินห้าง เดินถนน มากกว่าคนเดินไปแบงก์ ฉะนั้น เอาตู้ ATM ติดตามชุมชน เช่าพื้นที่ห้าง กั้นห้อง ใช้คนไม่กี่คน ลดรายจ่าย-เพิ่มกำไร ให้แบงก์อีกจมหู เหลือสำนักงานสาขาไว้ทำธุรกรรมระดับพันล้าน-หมื่นล้านในจุดจำเป็น เหลือเฟือแล้ว วงจรธุรกิจการเงิน-การธนาคาร นับวันจะเปลี่ยนอุปสงค์-อุปทาน และรูปแบบธุรกรรมก็ไม่เหมือนเดิม ผมจึงมองว่า การประกาศวิสัยทัศน์ของไทยพาณิชย์วันก่อน ไม่ใช่ ถอยหลัง หากแต่เป็นการ ตั้งตัว ทะยานรับโลกยุคดิจิทัลมากกว่า! ไทยเรา ตั้งเข็มทิศ ทางไปทางนั้นอยู่แล้ว เห็นได้จากโมเดลประเทศ ๔๐ อุตสาหกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม -กลุ่มอุปกรณ์อัจฉริยะ หุ่นยนต์ และระบบเครื่องกล ที่ใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ควบคุม -กลุ่มดิจิทัล เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต ที่เชื่อมต่อการทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ ปัญญาประดิษฐ์ และเทคโนโลยีสมองกลฝังตัว เป็น ๒ ใน ๕ กลุ่ม ที่รัฐบาล คสช ทำให้เกิด ในโครงการอีอีซี อันเป็นโครงการต่อยอดโครงการอีสเทิร์นซีบอร์ด ที่ทำให้ไทยโชติช่วงชัชวาลในสมัยป๋าเปรม ฉะนั้น ทั้งภาคธุรกิจและภาคประชาชน ถ้าไม่ต้องการตกอยู่ในภาวะกระเสือก-กระสน ก็ต้อง สน เพื่อปรับธุรกิจและพัฒนาศักยภาพบุคคลไปอยู่ในจุดนั้น นี่คือการอยู่ดูโลกให้มันโศภิน แต่ถ้าไม่ต้องการ อยากอยู่กับโลกเดิมๆ ที่ชิน ก็ไม่เป็นไร ถ้ามั่นใจว่า ทรัพย์สินเงินทองเท่าที่สะสมไว้ แก่ตายก็ใช้ไม่หมด นั่นก็ไม่ต้องไปถวายตัวเป็นทาสไอทีก็ได้ เอาเงินไปซื้อหุ่นยนต์ซักตัว มาเป็นหมอนวด ไปซื้อโอเลี้ยงปากซอย สบายมาก! ทีนี้ มาคุยกันถึง เหตุผลที่ ๒ ในยุค หุ่นยนต์-ไอที มาแทนคน คือหลายวันก่อน มีโอกาสพบ คุณบรรพต หงษ์ทอง มือสร้างตลาดสินค้าส่งออก ยุคเป็นอธิบดีอยู่พาณิชย์ แต่ไพล่ไปเป็นปลัดเกษตรฯ ท่านปรารภว่า เห็นหุ่นยนต์และไอทีทำงานแทนคนมากขึ้นเรื่อยๆ ใจหนึ่ง ก็เข้าใจด้านยุคสมัยที่พัฒนาไป แต่อีกใจก็ห่วง คนใช้แรงงาน เมื่อเทคโนโลยีมาแทนที่ มนุษย์ที่เคยมีรายได้ เพื่ออยู่-เพื่อกิน-เพื่อเลี้ยงครอบครัว จะทำอย่างไรกัน? นายกฯ ประยุทธ์ มุ่งยุทธศาสตร์นวัตกรรม ก็เห็นด้วย แต่อยากฝากท่านนายกฯ ช่วยคิด-ช่วยหาทาง เผื่อกลุ่มคนระดับแรงงานที่จะกลายเป็น มนุษย์ส่วนเกิน ในยุค หุ่นยนต์-ไอที ให้ด้วย เพราะคนกลุ่มนี้ เพิ่มศักยภาพตามยุคไม่ทันแน่ แล้วจะให้พวกเขาไปทำมาหากินอะไร? ไปทำไร่-ทำนา พูดง่าย แต่ทำยาก และใช่ว่ามีพื้นที่เหลือเฟือให้เขาเลือกไปทำกิน คนว่างงาน จะกลายเป็น ปัญหาย้อนศร สังคม สินค้าหุ่นยนต์ผลิตออกมา จะไปขายให้ใคร ในเมื่อ กำลังซื้อของคนส่วนใหญ่ในสังคม ล้วนซีด เพราะไร้งาน-ไร้เงิน!? ปัญหา เศรษฐกิจ-สังคม ดูไปเหมือน ลูกรูบิก หมุนแถบสีด้านนี้เรียงเสร็จ พลิกอีกด้านอ้าว หน้าด่าง-ต่างสีกันซะแล้ว! การพัฒนาใช้หุ่นยนต์แทนคน มันก็โอเค แต่คนที่ถูกหุ่นยนต์แทนที่ล่ะ โอเคมั้ย? ตรงนี้ รัฐบาลต้องคิด หาแผน-หาทาง รองรับไว้ด้วย ชะล่าใจไม่ได้ เพราะไอทีมันมาเร็ว ต่างกับคน ที่รายได้มาช้า แต่หิวเร็ว-โกรธเร็ว! เรื่องการเมืองตอนนี้น่ะ อยู่กับมันได้ แต่อย่าเข้าไปในมัน หมายถึง อย่าเอามาเป็นอารมณ์จนเสียศูนย์ ถอยออกมานิด แล้วมองเข้าไป จะเห็น ขบวนการแต้มแต่ง กระเย้อกระแหย่งกันน่าเหยียบ คิดในมุมกลับ แปลง วิกฤตินาฬิกา เป็นเหยื่อล่อ ก็ได้ผล บ้านเมืองที่เข้าใจว่าสงบ โยนนาฬิกาทดสอบตูมเดียว เหี้ยกรูออกมาเป็นฝูง!ราคาขายปลีก LPG เดือนมค 2561 คงที่ 1982บาท/กก ที่ประชุมกบงพร้อมปรับลดอัตราเงินชดเชยกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจาก 63525 บาทต่อกิโลกรัม เหลือเพียง 47880 บาทต่อกิโลกรัม รักษาเสถียรภาพแอลพีจีถึงปลายปี 2561นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงานและโฆษกกระทรวงพลังงงาน เปิดเผยถึงผลการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง) เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2561 ที่มี นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานในที่ประชุม ว่า ในช่วงตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2560 เป็นต้นมา ทางกระทรวงพลังงาน ได้มีการปรับปรุงหลักเกณฑ์การคำนวณราคาก๊าซแอลพีจีจากราคา CP ที่ประกาศโดยประเทศซาอุดิอาระเบีย เป็นราคาตลาดในภูมิภาคอาเซียน (Cargo) ส่งผลให้ราคาก๊าซแอลพีจีในประเทศมีราคาลดลงสะท้อนต้นทุนตลาดที่แท้จริง

อ่าน(12) | แสดงความคิดเห็น(242) | ส่งต่อ(297) |
ฝากของไว้ให้เจ้าของ!~~

ซองกง 2021-09-24

มังกรทาโร่ ผบกภจวขอนแก่น กล่าวต่อว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การที่เป็นประโยชน์และซัดทอดไปยังผู้ร่วมขบวนการแทบทั้งหมด โดยเฉพาะการรับซื้อยาบ้าที่จะทำการสั่งสินค้าจากเครือข่ายยาบ้าทุก 2 สัปดาห์ โดยมียอดการสั่งซื้อครั้งละ ไม่รน้อยกว่า 4 ล้านบาท เดือนละ 2 ครั้ง รวมทั้งยาไอซ์และกัญชา ซึ่งเฉพาะผู้ต้องหารายนี้มีวงเงินสะพัดทีไม่น้อยกว่าเดือนละ 10 ล้านบาทต่อเดือน ยาบ้าที่นำมาจำหน่ายนั้นเป็นยาบ้าฟรุ้งฟริ้งคือมีส่วนผสมยาไอซ์เข้าไปด้วย ในราคาจำหน่ายเม็ดละ 200-250 บาท ยาไอซ์กิโลกรัมละ 2,000 บาทซึ่งทำให้ลูกค้าชื่นชอบเนื่องจากซื้อยาบ้าและมีส่วนผสมของยาไอซ์ด้วย

ทพอาคม กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ สบสในฐานะหน่วยงานหลักในการดำเนินงานตามพรบดังกล่าว ได้เล็งเห็นความสำคัญ และมีความตั้งใจในการส่งเสริม สนับสนุนให้บุคลากรในสถานพยาบาลที่ให้บริการเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ทั้งภาครัฐและเอกชน กว่า 200 คน ได้เกิดความรู้ ความเข้าใจในการปฏิบัติตามกฎหมาย จึงได้จัดการประชุมขึ้น ซึ่งในงานมีผู้ทรงคุณวุฒิจากแพทยสภา ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย สถาบันการศึกษา และกระทรวงมหาดไทยมาร่วมให้ความรู้ และแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นให้ความรู้แนวทางปฎิบัติในแง่มุมต่างๆ ที่ถูกต้อง เนื่องจาก ในอนาคตจะมีการส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์(เมดิคัลฮับ)ด้านบริการเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ โดยในปี 2561 จึงต้องมีความเข้มแข็งในเรื่องการควบคุม กำกับตามกฎหมาย และในปี 2562 จะเน้นเรื่องการส่งเสริมพัฒนาและก้าวสู่การทำธุรกิจเต็มรูปแบบ บนความถูกต้อง

อู๋หรง 2021-09-24 22:56:38

เรื่อง ค่าแรงขั้นต่ำ นี่ เป็นปัญหาโลกแตกมาตลอด ลูกจ้าง ก็จะเอาแพงๆ นายจ้าง ก็จะจ่ายถูกๆ ก็มีเหตุผลด้วยกันทั้งสองฝ่าย แต่ถ้าถามว่าฝ่ายไหนผิด-ฝ่ายไหนถูก? ไม่รู้? รู้แต่ว่า เวลานี้ บริษัท-ห้างร้าน-ธุรกิจ-อุตสาหกรรมทั้งหลาย ต่างมีแผน ลดจ้าง-โละคน ออกเรื่อยๆ แต่งาน ไม่ลด ! เมื่องานไม่ลด แถมมีแต่เพิ่มขึ้น แล้วจะให้ใครทำงาน? คำตอบคือ หุ่นยนต์ และเทคโนโลยีไอที ที่จะเข้ามาแทน แทนคน ! เหตุผลชัด-ตรงตัว ลดต้นทุน หุ่นยนต์ไม่เรื่องมาก ไม่เรียกร้องโบนัส-เงินเดือน ไม่มีโอที ไม่ประท้วงหยุดงาน แถมควบคุมได้ทั้งปริมาณและคุณภาพ อุตสาหกรรมเกษตรและโรงงานผลิตอาหารสำเร็จรูปเครือซีพีทุกวันนี้ ใช้ หุ่นยนต์ แทน คน มากขึ้น โรงงานผลิตอาหารสำเร็จรูปใหญ่ที่สุดในจีนของซีพี เนื้อที่มากกว่า ๔๒,๐๐๐ ตารางเมตร ผลิตตลอด ๒๔ ชั่วโมง ไม่ใช้คนเลย! โกดังสินค้าอาลีบาบา ของแจ๊ก หม่า กว้างใหญ่เป็นเมือง แต่ใช้คนแค่ ๓๐% ที่เหลืออีก ๗๐ ใช้หุ่นยนต์ ถ้าสังเกต ช่วงรอยต่อศตวรรษ จะเห็นบริษัทธุรกิจการค้าใหญ่ๆ ต่างประกาศแผน ลดคน ใช้หุ่นยนต์และระบบไอทีแทนเรื่อยๆ แม้แต่ในบ้านเรา หลายวันก่อน ผู้บริหารแบงก์ไทยพาณิชย์ นายอาทิตย์ นันทวิทยา ก็ประกาศปรับองค์กร รองรับกระแสดิจิทัล ขับเคลื่อนไทยพาณิชย์สู่ความเป็น The Most Admired Bank ด้วยแผน ๓ ปี ลดสาขาเหลือ ๔๐๐ จาก ๑,๑๕๓ สาขา ตั้งเป้าลดพนักงานเหลือ ๑๕,๐๐๐ คน จาก ๒๗,๐๐๐ คน หลายคนตกใจ นึกว่าการลดสาขา-ลดพนักงานหมายถึงแบงก์ไทยพาณิชย์สั่นคลอน ธุรกิจกินดอกเบี้ยเตี้ยลง พนักงานไทยพาณิชย์ก็ตกใจ แต่ไม่ได้ตกใจด้านนั้น หากแต่ตกใจด้วยกลัว ตกงาน ถึงขั้นประท้วง แต่ก็ ตกลง ได้ ด้วยเข้าใจกัน ลบแผนโละ แต่พนักงานต้อง สร้างศักยภาพ ตัวเอง รองรับเทคโนโลยีเปลี่ยนโลกด้วย! ที่หยิบเรื่องนี้มาคุย เหตุผลแรก คือ โลกมันหมุน ถ้าเราอยากอยู่กับโลกให้สุข ก็ต้องหมุนไปกับโลก คือวันนี้ ถึงยุคเทคโนโลยีไอทีครองโลก ถ้าเราอยากมีงาน มีเงินจากงาน มีความลงตัวในการใช้ชีวิตร่วมสังคมโลก ก็ต้องเรียนรู้-พัฒนาให้เข้ากับยุค อย่าอ้างวัยเพื่อเลี่ยงการเรียนรู้ พูดง่ายๆ ต้อง อัพเกรด ตัวเอง สู่ยุคไอทีด้วย ที่ นายกฯ ประยุทธ์ วางแนวสร้างศักยภาพประเทศ ด้วยยุทธศาสตร์ ๔๐ นั่น ถูกแล้ว เมื่อโลกเขาลัดนิ้วมือไปด้วยไอที และเราวางตำแหน่งประเทศเป็นเมืองท่องเที่ยว เป็นประเทศอุตสาหกรรมเกษตรส่งออก อุตสาหกรรมเครื่องจักร และปิโตรเคมีและสังสรรค์-สโมสรร่วมประชาคมโลกทุกรูปแบบอย่างทุกวันนี้ ก็จำเป็น ต้อง หมุนตามโลก ไปกับเขา! กรณีแบงก์ไทยพาณิชย์ ผมจึง มองต่าง ในทันทีที่เห็นข่าว คือขณะที่คนอื่น มอง มุมลบ ผมกลับเห็นการ ลดสาขา-ลดพนักงาน ว่านั่น เป็นวิสัยทัศน์ของคณะบริหารไทยพาณิชย์ สมัยก่อน แต่ละแบงก์ จะใหญ่-จะโต จะมีหน้า-มีตา วัดกันตรงใครมีสาขาครอบคลุมแต่ละพื้นที่ประเทศมากกว่ากัน เพราะยุคนั้น สลึงหนึ่ง บาทหนึ่ง คนก็ต้องหอบสังขารไปแบงก์ แต่ยุคไอที มีตู้ ATM ให้ฝาก-ถอน-โอน-กู้ ริมถนน ตามห้าง ตามชุมชน ตลอด ๒๔ ชั่วโมง สำนักงานสาขา กลายเป็นตัวเทอะทะ สร้างภาระ เพิ่มค่าใช้จ่าย เปลืองคนโดยเปล่าประโยชน์ ยุคนี้ คนเดินห้าง เดินถนน มากกว่าคนเดินไปแบงก์ ฉะนั้น เอาตู้ ATM ติดตามชุมชน เช่าพื้นที่ห้าง กั้นห้อง ใช้คนไม่กี่คน ลดรายจ่าย-เพิ่มกำไร ให้แบงก์อีกจมหู เหลือสำนักงานสาขาไว้ทำธุรกรรมระดับพันล้าน-หมื่นล้านในจุดจำเป็น เหลือเฟือแล้ว วงจรธุรกิจการเงิน-การธนาคาร นับวันจะเปลี่ยนอุปสงค์-อุปทาน และรูปแบบธุรกรรมก็ไม่เหมือนเดิม ผมจึงมองว่า การประกาศวิสัยทัศน์ของไทยพาณิชย์วันก่อน ไม่ใช่ ถอยหลัง หากแต่เป็นการ ตั้งตัว ทะยานรับโลกยุคดิจิทัลมากกว่า! ไทยเรา ตั้งเข็มทิศ ทางไปทางนั้นอยู่แล้ว เห็นได้จากโมเดลประเทศ ๔๐ อุตสาหกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม -กลุ่มอุปกรณ์อัจฉริยะ หุ่นยนต์ และระบบเครื่องกล ที่ใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ควบคุม -กลุ่มดิจิทัล เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต ที่เชื่อมต่อการทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ ปัญญาประดิษฐ์ และเทคโนโลยีสมองกลฝังตัว เป็น ๒ ใน ๕ กลุ่ม ที่รัฐบาล คสช ทำให้เกิด ในโครงการอีอีซี อันเป็นโครงการต่อยอดโครงการอีสเทิร์นซีบอร์ด ที่ทำให้ไทยโชติช่วงชัชวาลในสมัยป๋าเปรม ฉะนั้น ทั้งภาคธุรกิจและภาคประชาชน ถ้าไม่ต้องการตกอยู่ในภาวะกระเสือก-กระสน ก็ต้อง สน เพื่อปรับธุรกิจและพัฒนาศักยภาพบุคคลไปอยู่ในจุดนั้น นี่คือการอยู่ดูโลกให้มันโศภิน แต่ถ้าไม่ต้องการ อยากอยู่กับโลกเดิมๆ ที่ชิน ก็ไม่เป็นไร ถ้ามั่นใจว่า ทรัพย์สินเงินทองเท่าที่สะสมไว้ แก่ตายก็ใช้ไม่หมด นั่นก็ไม่ต้องไปถวายตัวเป็นทาสไอทีก็ได้ เอาเงินไปซื้อหุ่นยนต์ซักตัว มาเป็นหมอนวด ไปซื้อโอเลี้ยงปากซอย สบายมาก! ทีนี้ มาคุยกันถึง เหตุผลที่ ๒ ในยุค หุ่นยนต์-ไอที มาแทนคน คือหลายวันก่อน มีโอกาสพบ คุณบรรพต หงษ์ทอง มือสร้างตลาดสินค้าส่งออก ยุคเป็นอธิบดีอยู่พาณิชย์ แต่ไพล่ไปเป็นปลัดเกษตรฯ ท่านปรารภว่า เห็นหุ่นยนต์และไอทีทำงานแทนคนมากขึ้นเรื่อยๆ ใจหนึ่ง ก็เข้าใจด้านยุคสมัยที่พัฒนาไป แต่อีกใจก็ห่วง คนใช้แรงงาน เมื่อเทคโนโลยีมาแทนที่ มนุษย์ที่เคยมีรายได้ เพื่ออยู่-เพื่อกิน-เพื่อเลี้ยงครอบครัว จะทำอย่างไรกัน? นายกฯ ประยุทธ์ มุ่งยุทธศาสตร์นวัตกรรม ก็เห็นด้วย แต่อยากฝากท่านนายกฯ ช่วยคิด-ช่วยหาทาง เผื่อกลุ่มคนระดับแรงงานที่จะกลายเป็น มนุษย์ส่วนเกิน ในยุค หุ่นยนต์-ไอที ให้ด้วย เพราะคนกลุ่มนี้ เพิ่มศักยภาพตามยุคไม่ทันแน่ แล้วจะให้พวกเขาไปทำมาหากินอะไร? ไปทำไร่-ทำนา พูดง่าย แต่ทำยาก และใช่ว่ามีพื้นที่เหลือเฟือให้เขาเลือกไปทำกิน คนว่างงาน จะกลายเป็น ปัญหาย้อนศร สังคม สินค้าหุ่นยนต์ผลิตออกมา จะไปขายให้ใคร ในเมื่อ กำลังซื้อของคนส่วนใหญ่ในสังคม ล้วนซีด เพราะไร้งาน-ไร้เงิน!? ปัญหา เศรษฐกิจ-สังคม ดูไปเหมือน ลูกรูบิก หมุนแถบสีด้านนี้เรียงเสร็จ พลิกอีกด้านอ้าว หน้าด่าง-ต่างสีกันซะแล้ว! การพัฒนาใช้หุ่นยนต์แทนคน มันก็โอเค แต่คนที่ถูกหุ่นยนต์แทนที่ล่ะ โอเคมั้ย? ตรงนี้ รัฐบาลต้องคิด หาแผน-หาทาง รองรับไว้ด้วย ชะล่าใจไม่ได้ เพราะไอทีมันมาเร็ว ต่างกับคน ที่รายได้มาช้า แต่หิวเร็ว-โกรธเร็ว! เรื่องการเมืองตอนนี้น่ะ อยู่กับมันได้ แต่อย่าเข้าไปในมัน หมายถึง อย่าเอามาเป็นอารมณ์จนเสียศูนย์ ถอยออกมานิด แล้วมองเข้าไป จะเห็น ขบวนการแต้มแต่ง กระเย้อกระแหย่งกันน่าเหยียบ คิดในมุมกลับ แปลง วิกฤตินาฬิกา เป็นเหยื่อล่อ ก็ได้ผล บ้านเมืองที่เข้าใจว่าสงบ โยนนาฬิกาทดสอบตูมเดียว เหี้ยกรูออกมาเป็นฝูง!

ชาย 2021-09-24 22:56:38

ข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานทั้งหมดต่อศาล ทั้งนี้ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญที่ค้ำจุนการบริหารประเทศให้เป็นไปโดยคำนึงถึงสิทธิเสรีภาพและสิทธิมนุษยชน ข้อเท็จจริงที่ปรากฏจากพยานบุคคลและพยานเอกสารจึงสมควรแก่การรับฟังเป็นอย่างยิ่ง โดยศาลไม่ได้รับฟังในส่วนที่เป็นความเห็นของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ แต่ได้พิจารณาข้อเท็จจริงที่ปรากฏจากการให้ถ้อยคำของพยานบุคคลและพยานหลักฐานซึ่งเป็นข้อเท็จจริงไม่ใช่ความเห็น เมื่อไม่มีปัญหาโต้แย้งและพยานหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าพยานบุคคลและพยานหลักฐานที่ปรากฏเป็นพยานหลักฐานเท็จหรือเกิดจากการปรุงแต่งหรือดำเนินการไปโดยกลั่นแกล้งผู้หนึ่งผู้ใด ศาลจึงสามารถรับฟังพยานหลักฐานดังกล่าวได้ ส่วนการดำเนินการขององค์กรอื่นๆ และสำนวนการสอบสวนคดีอาญานั้น ศาลมีอำนาจพิจารณาเปรียบเทียบกับพยานหลักฐานอื่นๆ และสามารถใช้ดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานว่าพยานหลักฐานใดรับฟังได้พยานหลักฐานใดรับฟังไม่ได้เพื่อประโยชน์แก่การวินิจฉัยคดี ซึ่งถึงแม้การให้ถ้อยคำของผู้ฟ้องคดีและพยานบางรายที่ยืนยันการกระทำที่ไม่เหมาะสมของเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเป็นผู้ร่วมชุมนุมที่เป็นผู้ได้รับความเสียหายในคดีนี้ ซึ่งต้องรับฟังการให้ถ้อยคำของบุคคลดังกล่าวด้วยความระมัดระวัง แต่ก็มีกลุ่มสื่อมวลชนและเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ซึ่งมิใช่ผู้มีส่วนได้เสียในการชุมนุมและไม่ใช่ฝ่ายที่เป็นปฏิปักษ์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ได้ให้ถ้อยคำสอดคล้องต้องกันกับผู้ฟ้องคดีและพยานที่เป็นผู้ร่วมชุมนุม อีกทั้งพยานทั้งหมดได้ให้ถ้อยคำต่อคณะอนุกรรมการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ๑ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในช่วงเดือนตุลาคม ๒๕๕๑ ซึ่งเป็นเวลาใกล้ชิดกับวันเกิดเหตุที่ยังจดจำเหตุการณ์ได้ จึงฟังได้ว่าเป็นการให้ถ้อยคำตามความเป็นจริงไม่มีการเสริมแต่งข้อเท็จจริงใดๆ และยังมีการให้ถ้อยคำของกลุ่มเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีความชำนาญเฉพาะด้านมายืนยันในความไม่เหมาะสมในวิธีการสลายการชุมนุมและการใช้แก๊สน้ำตาอีกด้วย พยานหลักฐานดังกล่าวจึงมีน้ำหนักมั่นคงให้รับฟังได้ว่า การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ มีข้อบกพร่องในขั้นตอนการเตรียมการหารถดับเพลิงมาใช้ในการสลายการชุมนุมและมีข้อบกพร่องในวิธีการยิงแก๊สน้ำตา โดยยิงในแนวตรงขนานกับพื้นซึ่งไม่เป็นไปตามวิธีการที่ถูกต้องที่ต้องยิงเป็นวิถีโค้ง ประกอบกับแก๊สน้ำตาที่นำมาใช้เป็นแก๊สน้ำตาที่ซื้อมาเป็นเวลานานจึงมีประสิทธิภาพต่ำ จึงต้องใช้แก๊สน้ำตาจำนวนมากเกินกว่าที่จะใช้โดยปกติทั่วไป ทำให้เกิดความปั่นป่วนชุลมุนเกิดความเสียหายต่อผู้ชุมนุมมากเกินกว่าผลตามปกติที่เกิดจากการใช้แก๊สน้ำตาที่มีประสิทธิภาพดีและยิงโดยวิธีการที่ถูกต้อง และยังส่งผลเสียหายไปถึงการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ที่มาช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งไม่ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ปฏิบัติจะรู้ถึงข้อบกพร่องของขั้นตอนในการเตรียมการหารถดับเพลิงมาใช้กับผู้ชุมนุมก่อนการใช้แก๊สน้ำตาและข้อบกพร่องในประสิทธิภาพของแก๊สน้ำตาที่ทำให้ต้องยิงแก๊สน้ำตาเป็นจำนวนมากหรือไม่ก็ตาม แต่เมื่อบกพร่องดังกล่าวส่งผลให้เกิดความเสียหายแก่ชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของผู้ฟ้องคดีและผู้ร้องสอดแต่ละรายจึงเป็นการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหายแก่ชีวิตร่างกายสิทธิและเสรีภาพจึงเป็นการกระทำละเมิดตามมาตรา ๔๒๐ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ซึ่งเป็นหน่วยงานต้นสังกัดของเจ้าหน้าที่ผู้กระทำละเมิดจึงต้องรับผิดต่อผู้ได้รับความเสียหาย,ข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานทั้งหมดต่อศาล ทั้งนี้ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญที่ค้ำจุนการบริหารประเทศให้เป็นไปโดยคำนึงถึงสิทธิเสรีภาพและสิทธิมนุษยชน ข้อเท็จจริงที่ปรากฏจากพยานบุคคลและพยานเอกสารจึงสมควรแก่การรับฟังเป็นอย่างยิ่ง โดยศาลไม่ได้รับฟังในส่วนที่เป็นความเห็นของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ แต่ได้พิจารณาข้อเท็จจริงที่ปรากฏจากการให้ถ้อยคำของพยานบุคคลและพยานหลักฐานซึ่งเป็นข้อเท็จจริงไม่ใช่ความเห็น เมื่อไม่มีปัญหาโต้แย้งและพยานหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าพยานบุคคลและพยานหลักฐานที่ปรากฏเป็นพยานหลักฐานเท็จหรือเกิดจากการปรุงแต่งหรือดำเนินการไปโดยกลั่นแกล้งผู้หนึ่งผู้ใด ศาลจึงสามารถรับฟังพยานหลักฐานดังกล่าวได้ ส่วนการดำเนินการขององค์กรอื่นๆ และสำนวนการสอบสวนคดีอาญานั้น ศาลมีอำนาจพิจารณาเปรียบเทียบกับพยานหลักฐานอื่นๆ และสามารถใช้ดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานว่าพยานหลักฐานใดรับฟังได้พยานหลักฐานใดรับฟังไม่ได้เพื่อประโยชน์แก่การวินิจฉัยคดี ซึ่งถึงแม้การให้ถ้อยคำของผู้ฟ้องคดีและพยานบางรายที่ยืนยันการกระทำที่ไม่เหมาะสมของเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเป็นผู้ร่วมชุมนุมที่เป็นผู้ได้รับความเสียหายในคดีนี้ ซึ่งต้องรับฟังการให้ถ้อยคำของบุคคลดังกล่าวด้วยความระมัดระวัง แต่ก็มีกลุ่มสื่อมวลชนและเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ซึ่งมิใช่ผู้มีส่วนได้เสียในการชุมนุมและไม่ใช่ฝ่ายที่เป็นปฏิปักษ์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ได้ให้ถ้อยคำสอดคล้องต้องกันกับผู้ฟ้องคดีและพยานที่เป็นผู้ร่วมชุมนุม อีกทั้งพยานทั้งหมดได้ให้ถ้อยคำต่อคณะอนุกรรมการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ๑ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในช่วงเดือนตุลาคม ๒๕๕๑ ซึ่งเป็นเวลาใกล้ชิดกับวันเกิดเหตุที่ยังจดจำเหตุการณ์ได้ จึงฟังได้ว่าเป็นการให้ถ้อยคำตามความเป็นจริงไม่มีการเสริมแต่งข้อเท็จจริงใดๆ และยังมีการให้ถ้อยคำของกลุ่มเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีความชำนาญเฉพาะด้านมายืนยันในความไม่เหมาะสมในวิธีการสลายการชุมนุมและการใช้แก๊สน้ำตาอีกด้วย พยานหลักฐานดังกล่าวจึงมีน้ำหนักมั่นคงให้รับฟังได้ว่า การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ มีข้อบกพร่องในขั้นตอนการเตรียมการหารถดับเพลิงมาใช้ในการสลายการชุมนุมและมีข้อบกพร่องในวิธีการยิงแก๊สน้ำตา โดยยิงในแนวตรงขนานกับพื้นซึ่งไม่เป็นไปตามวิธีการที่ถูกต้องที่ต้องยิงเป็นวิถีโค้ง ประกอบกับแก๊สน้ำตาที่นำมาใช้เป็นแก๊สน้ำตาที่ซื้อมาเป็นเวลานานจึงมีประสิทธิภาพต่ำ จึงต้องใช้แก๊สน้ำตาจำนวนมากเกินกว่าที่จะใช้โดยปกติทั่วไป ทำให้เกิดความปั่นป่วนชุลมุนเกิดความเสียหายต่อผู้ชุมนุมมากเกินกว่าผลตามปกติที่เกิดจากการใช้แก๊สน้ำตาที่มีประสิทธิภาพดีและยิงโดยวิธีการที่ถูกต้อง และยังส่งผลเสียหายไปถึงการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ที่มาช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งไม่ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ปฏิบัติจะรู้ถึงข้อบกพร่องของขั้นตอนในการเตรียมการหารถดับเพลิงมาใช้กับผู้ชุมนุมก่อนการใช้แก๊สน้ำตาและข้อบกพร่องในประสิทธิภาพของแก๊สน้ำตาที่ทำให้ต้องยิงแก๊สน้ำตาเป็นจำนวนมากหรือไม่ก็ตาม แต่เมื่อบกพร่องดังกล่าวส่งผลให้เกิดความเสียหายแก่ชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของผู้ฟ้องคดีและผู้ร้องสอดแต่ละรายจึงเป็นการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหายแก่ชีวิตร่างกายสิทธิและเสรีภาพจึงเป็นการกระทำละเมิดตามมาตรา ๔๒๐ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ซึ่งเป็นหน่วยงานต้นสังกัดของเจ้าหน้าที่ผู้กระทำละเมิดจึงต้องรับผิดต่อผู้ได้รับความเสียหาย。หนังยาวยึดทรัพย์ ยิ่งลักษณ์  หรือจะซ้ำรอย ทักษิณ-พี่ชาย?  31 มกราคม พศ 2561 เวลา 00:01 น ทั้งกระทรวงการคลัง-กรมบังคับคดี ออกมาการันตีการเดินหน้าสืบทรัพย์-อายัดทรัพย์ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หลังศาลปกครองกลางยกคำร้องของยิ่งลักษณ์ ที่ขอให้ศาลมีคำสั่งทุเลาการบังคับตามคำสั่งที่กระทรวงการคลังสั่งให้ ยิ่งลักษณ์ ชดใช้ค่าเสียหายจากโครงการรับจำนำข้าว จำนวนเงิน 35,717 ล้านบาท ตามคำสั่งกระทรวงการคลังที่ 1351/2559 ไม่ว่าจะเป็นทั้ง อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมวการคลัง ที่ยืนยันว่าการนำสืบทรัพย์ยิ่งลักษณ์ กระทรวงการคลังเดินหน้าต่อไปอยู่แล้ว ไม่ได้หยุดหรือชะลออะไร เช่นเดียวกับ นสรื่นวดี สุวรรณมงคล อธิบดีกรมบังคับคดี ก็แจงว่ากรมบังคับคดีจะดำเนินการตามขั้นตอนในการร่วมมือกับกระทรวงการคลัง เพื่อสืบทรัพย์และตั้งเรื่องขอยึดอายัดทรัพย์ยิ่งลักษณ์กระนั้นดูแล้วหนังเรื่องนี้คงยาวกว่าคดีจะถึงที่สุด ถึงขั้นนำไปสู่การ ยึดทรัพย์ยิ่งลักษณ์ เพื่อนำเงินและทรัพย์สินมาชดเชยค่าเสียหายจากโครงการรับจำนำข้าว ตามที่กระทรวงการคลังสรุปผลและออกคำสั่งไว้ เพราะขั้นตอนกระบวนการต่างๆ ในทางคดีปกครองเพื่อให้อดีตนายกฯ หญิงชดใช้เงินดังกล่าวยังเหลืออีกพอสมควร ทั้งการสืบทรัพย์และอายัดทรัพย์ต่างๆ เพื่อให้ครบตามจำนวนที่กระทรวงการคลังตั้งไว้ ซึ่งแน่นอนว่าหากดูจากฐานข้อมูล บัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ของยิ่งลักษณ์ที่เคยแจ้งต่อ ปปช ตอนเข้าดำรงตำแหน่งนายกฯ และหลังพ้นจากตำแหน่ง ทรัพย์สินของยิ่งลักษณ์มีไม่ถึงแน่นอน อาทิ หากพลิกแฟ้มบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินที่แจ้งต่อ ปปชหลังพ้นจากตำแหน่ง อันเป็นบัญชีวันที่ 6 พค58 ยิ่งลักษณ์บอกว่ามีทรัพย์สิน 579 ล้านบาท เช่นเงินฝากธนาคารมี 16 บัญชี ฝากไว้ตามที่ต่างๆ อาทิ ธนาคารกรุงเทพ 7 เล่ม, ธนาคารกสิกรไทย 4 เล่ม, ธนาคารยูโอบี 3 เล่ม และบริษัทหลักทรัพย์ธนชาตอีก 2 เล่ม รวมแล้วประมาณ 24 ล้านบาทส่วนอสังหาริมทรัพย์หลักๆ ก็เช่นบ้านพักอาศัยหลังใหญ่แถวซอยนวมินทร์ มูลค่า 110 ล้านบาท หรือเงินลงทุน 115 ล้านบาท เงินให้กู้ยืม 108 ล้านบาท เป็นต้นดังนั้น ทรัพย์สินที่มีและแจ้งไว้อย่างเป็นทางการจึงไม่เพียงพอชดใช้ค่าเสียหาย 35,717 ล้านบาท ตามที่กระทรวงการคลังระบุไว้ และต่อให้มีเพียงพอหรือมีมากน้อยแค่ไหน ก็เป็นเรื่องธรรมดาที่ไม่มีใครยอมให้ทรัพย์สินของตัวเองถูกอายัดถูกยึดแน่นอน การสู้คดีจนถึงที่สุดจึงเป็นขั้นตอนปกติที่เกิดกับทุกคนไม่ว่าจะเป็นยิ่งลักษณ์หรือคนธรรมดาดังนั้น หากกรมบังคับคดี กระทรวงการคลัง มีการสืบทรัพย์ พิสูจน์ทรัพย์ อายัดทรัพย์ ยึดทรัพย์ขายทอดตลาด ยิ่งลักษณ์ต้องสู้จนถึงที่สุดไม่ว่าจะเป็นศาลไหน!ประเมินแล้วกว่าคดีจะถึงที่สุดคงต้องรอกันอีกหลายยก และเป็นหนังยาวแน่นอนแม้เจ้าตัวจะหนีคดีไม่กลับมาประเทศไทยแล้ว แต่ก็ต้องใช้ช่องทางกฎหมายทุกรูปแบบ เพื่อระงับยับยั้งกรมบังคับคดีไม่ให้มายึดทรัพย์สินทั้งหมดขณะที่ก่อนหน้านี้ นพวรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต สสพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ เผยแพร่ข้อความผ่านเฟซบุ๊กWarong Dechgitvigromหลังศาลปกครองกลางยกคำร้องยิ่งลักษณ์เมื่อ 29 มคว่า สำหรับผู้ที่ยังติดตามคดียึดทรัพย์นางสาวยิ่งลักษณ์ ล่าสุดวันที่ 29 มกราคม 2561 ศาลปกครองกลางมีคำสั่งยกคำร้องของนางสาวยิ่งลักษณ์ กรณีมีคำสั่งยึดทรัพย์ 35 หมื่นล้านบาทที่ต้องรับผิดชอบ เท่ากับว่ากรมบังคับคดีสามารถเดินหน้ายึดทรัพย์ต่อได้โดยก่อนหน้านี้ หลังจากมีคำสั่งทางปกครองให้นางสาวยิ่งลักษณ์ชดใช้ค่าเสียหาย กรณีปล่อยให้เกิดการทุจริตจำนำข้าว 35 หมื่นล้านบาทตั้งแต่เดือนตุลาคม 2539 นางสาวยิ่งลักษณ์เคยร้องศาลปกครองกลางครั้งแรกเพื่อขอคุ้มครองชั่วคราว และศาลปกครองกลางเคยมีคำสั่งยกคำร้องเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2560 มาแล้วเท่ากับว่าคดีทุจริตจำนำข้าวและจีทูจีเดินทางมาใกล้จบบริบูรณ์ นั่นคือคดีอาญาจบแล้ว ส่วนคดีแพ่งที่นำไปสู่การยึดทรัพย์ หลังจากที่ศาลยกคำร้องที่ขอทุเลาการบังคับคดี การยึดทรัพย์ก็เดินหน้าต่อได้ จนกว่าศาลปกครองจะมีคำสั่งเป็นทางการอีกครั้ง ทุกอย่างก็จบ ยิ่งลักษณ์ที่ตอนนี้อยู่ในสภาพเดียวกับ ทักษิณ ชินวัตร พี่ชาย คือเป็นผู้ต้องหาหลบหนีคดีอยู่ต่างประเทศแต่ชะตากรรมต่อจากนี้ไปจะเหมือนกับทักษิณ ที่ถูกยึดทรัพย์ 46,373,680,754 บาทจากเหตุใช้อำนาจขณะเป็นนายกรัฐมนตรีโดยมิชอบจนทำให้ร่ำรวยผิดปกติ หรือไม่ต้องรอให้กระบวนการต่างๆ ดำเนินไปจนถึงที่สุด ถึงจะเห็นบทสรุปสุดท้าย。

กริด วู 2021-09-24 22:56:38

ด้าน นพธงชัย กีรติหัตถยากร รองอธิบดีกรม สบส กล่าวว่า ด้วยประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีแพทย์ที่มากด้วยความสามารถและเทคโนโลยีที่ทันสมัย ทำให้มีอัตราความสำเร็จจากการให้บริการเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ค่อนข้างสูง ส่งผลให้ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศต่างให้การยอมรับและเข้ารับบริการเป็นจำนวนมาก จึงเกรงว่าจะมีการการเผยแพร่ข้อมูลที่มีการนำเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ฯไปใช้ประโยชน์ในทางที่ผิด ยิ่งในยุคดิจิตอลที่สื่อโซเชียลเข้าถึงประชาชนได้อย่างรวดเร็ว ในปีงบประมาณ 2561 กรม สบสจึงมีนโยบายในการเพิ่มมาตรการคุมเข้มโดยจัดทีมเฝ้าระวังในสื่อโซเชียลดูแลกำกับมิให้มีการเผยแพร่ข้อมูล หรือโฆษณาที่ก่อให้เกิดปัญหาทางศีลธรรม มนุษยธรรม ทั้งการรับจ้างตั้งครรภ์ ซื้อ-ขายไข่ อสุจิ หรือตัวอ่อน ฯลฯ รวมทั้งจะมีการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นภาคีเครือข่ายป้องปรามการกระทำผิดอีกด้วย, เรื่อง ค่าแรงขั้นต่ำ นี่ เป็นปัญหาโลกแตกมาตลอด ลูกจ้าง ก็จะเอาแพงๆ นายจ้าง ก็จะจ่ายถูกๆ ก็มีเหตุผลด้วยกันทั้งสองฝ่าย แต่ถ้าถามว่าฝ่ายไหนผิด-ฝ่ายไหนถูก? ไม่รู้? รู้แต่ว่า เวลานี้ บริษัท-ห้างร้าน-ธุรกิจ-อุตสาหกรรมทั้งหลาย ต่างมีแผน ลดจ้าง-โละคน ออกเรื่อยๆ แต่งาน ไม่ลด ! เมื่องานไม่ลด แถมมีแต่เพิ่มขึ้น แล้วจะให้ใครทำงาน? คำตอบคือ หุ่นยนต์ และเทคโนโลยีไอที ที่จะเข้ามาแทน แทนคน ! เหตุผลชัด-ตรงตัว ลดต้นทุน หุ่นยนต์ไม่เรื่องมาก ไม่เรียกร้องโบนัส-เงินเดือน ไม่มีโอที ไม่ประท้วงหยุดงาน แถมควบคุมได้ทั้งปริมาณและคุณภาพ อุตสาหกรรมเกษตรและโรงงานผลิตอาหารสำเร็จรูปเครือซีพีทุกวันนี้ ใช้ หุ่นยนต์ แทน คน มากขึ้น โรงงานผลิตอาหารสำเร็จรูปใหญ่ที่สุดในจีนของซีพี เนื้อที่มากกว่า ๔๒,๐๐๐ ตารางเมตร ผลิตตลอด ๒๔ ชั่วโมง ไม่ใช้คนเลย! โกดังสินค้าอาลีบาบา ของแจ๊ก หม่า กว้างใหญ่เป็นเมือง แต่ใช้คนแค่ ๓๐% ที่เหลืออีก ๗๐ ใช้หุ่นยนต์ ถ้าสังเกต ช่วงรอยต่อศตวรรษ จะเห็นบริษัทธุรกิจการค้าใหญ่ๆ ต่างประกาศแผน ลดคน ใช้หุ่นยนต์และระบบไอทีแทนเรื่อยๆ แม้แต่ในบ้านเรา หลายวันก่อน ผู้บริหารแบงก์ไทยพาณิชย์ นายอาทิตย์ นันทวิทยา ก็ประกาศปรับองค์กร รองรับกระแสดิจิทัล ขับเคลื่อนไทยพาณิชย์สู่ความเป็น The Most Admired Bank ด้วยแผน ๓ ปี ลดสาขาเหลือ ๔๐๐ จาก ๑,๑๕๓ สาขา ตั้งเป้าลดพนักงานเหลือ ๑๕,๐๐๐ คน จาก ๒๗,๐๐๐ คน หลายคนตกใจ นึกว่าการลดสาขา-ลดพนักงานหมายถึงแบงก์ไทยพาณิชย์สั่นคลอน ธุรกิจกินดอกเบี้ยเตี้ยลง พนักงานไทยพาณิชย์ก็ตกใจ แต่ไม่ได้ตกใจด้านนั้น หากแต่ตกใจด้วยกลัว ตกงาน ถึงขั้นประท้วง แต่ก็ ตกลง ได้ ด้วยเข้าใจกัน ลบแผนโละ แต่พนักงานต้อง สร้างศักยภาพ ตัวเอง รองรับเทคโนโลยีเปลี่ยนโลกด้วย! ที่หยิบเรื่องนี้มาคุย เหตุผลแรก คือ โลกมันหมุน ถ้าเราอยากอยู่กับโลกให้สุข ก็ต้องหมุนไปกับโลก คือวันนี้ ถึงยุคเทคโนโลยีไอทีครองโลก ถ้าเราอยากมีงาน มีเงินจากงาน มีความลงตัวในการใช้ชีวิตร่วมสังคมโลก ก็ต้องเรียนรู้-พัฒนาให้เข้ากับยุค อย่าอ้างวัยเพื่อเลี่ยงการเรียนรู้ พูดง่ายๆ ต้อง อัพเกรด ตัวเอง สู่ยุคไอทีด้วย ที่ นายกฯ ประยุทธ์ วางแนวสร้างศักยภาพประเทศ ด้วยยุทธศาสตร์ ๔๐ นั่น ถูกแล้ว เมื่อโลกเขาลัดนิ้วมือไปด้วยไอที และเราวางตำแหน่งประเทศเป็นเมืองท่องเที่ยว เป็นประเทศอุตสาหกรรมเกษตรส่งออก อุตสาหกรรมเครื่องจักร และปิโตรเคมีและสังสรรค์-สโมสรร่วมประชาคมโลกทุกรูปแบบอย่างทุกวันนี้ ก็จำเป็น ต้อง หมุนตามโลก ไปกับเขา! กรณีแบงก์ไทยพาณิชย์ ผมจึง มองต่าง ในทันทีที่เห็นข่าว คือขณะที่คนอื่น มอง มุมลบ ผมกลับเห็นการ ลดสาขา-ลดพนักงาน ว่านั่น เป็นวิสัยทัศน์ของคณะบริหารไทยพาณิชย์ สมัยก่อน แต่ละแบงก์ จะใหญ่-จะโต จะมีหน้า-มีตา วัดกันตรงใครมีสาขาครอบคลุมแต่ละพื้นที่ประเทศมากกว่ากัน เพราะยุคนั้น สลึงหนึ่ง บาทหนึ่ง คนก็ต้องหอบสังขารไปแบงก์ แต่ยุคไอที มีตู้ ATM ให้ฝาก-ถอน-โอน-กู้ ริมถนน ตามห้าง ตามชุมชน ตลอด ๒๔ ชั่วโมง สำนักงานสาขา กลายเป็นตัวเทอะทะ สร้างภาระ เพิ่มค่าใช้จ่าย เปลืองคนโดยเปล่าประโยชน์ ยุคนี้ คนเดินห้าง เดินถนน มากกว่าคนเดินไปแบงก์ ฉะนั้น เอาตู้ ATM ติดตามชุมชน เช่าพื้นที่ห้าง กั้นห้อง ใช้คนไม่กี่คน ลดรายจ่าย-เพิ่มกำไร ให้แบงก์อีกจมหู เหลือสำนักงานสาขาไว้ทำธุรกรรมระดับพันล้าน-หมื่นล้านในจุดจำเป็น เหลือเฟือแล้ว วงจรธุรกิจการเงิน-การธนาคาร นับวันจะเปลี่ยนอุปสงค์-อุปทาน และรูปแบบธุรกรรมก็ไม่เหมือนเดิม ผมจึงมองว่า การประกาศวิสัยทัศน์ของไทยพาณิชย์วันก่อน ไม่ใช่ ถอยหลัง หากแต่เป็นการ ตั้งตัว ทะยานรับโลกยุคดิจิทัลมากกว่า! ไทยเรา ตั้งเข็มทิศ ทางไปทางนั้นอยู่แล้ว เห็นได้จากโมเดลประเทศ ๔๐ อุตสาหกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม -กลุ่มอุปกรณ์อัจฉริยะ หุ่นยนต์ และระบบเครื่องกล ที่ใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ควบคุม -กลุ่มดิจิทัล เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต ที่เชื่อมต่อการทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ ปัญญาประดิษฐ์ และเทคโนโลยีสมองกลฝังตัว เป็น ๒ ใน ๕ กลุ่ม ที่รัฐบาล คสช ทำให้เกิด ในโครงการอีอีซี อันเป็นโครงการต่อยอดโครงการอีสเทิร์นซีบอร์ด ที่ทำให้ไทยโชติช่วงชัชวาลในสมัยป๋าเปรม ฉะนั้น ทั้งภาคธุรกิจและภาคประชาชน ถ้าไม่ต้องการตกอยู่ในภาวะกระเสือก-กระสน ก็ต้อง สน เพื่อปรับธุรกิจและพัฒนาศักยภาพบุคคลไปอยู่ในจุดนั้น นี่คือการอยู่ดูโลกให้มันโศภิน แต่ถ้าไม่ต้องการ อยากอยู่กับโลกเดิมๆ ที่ชิน ก็ไม่เป็นไร ถ้ามั่นใจว่า ทรัพย์สินเงินทองเท่าที่สะสมไว้ แก่ตายก็ใช้ไม่หมด นั่นก็ไม่ต้องไปถวายตัวเป็นทาสไอทีก็ได้ เอาเงินไปซื้อหุ่นยนต์ซักตัว มาเป็นหมอนวด ไปซื้อโอเลี้ยงปากซอย สบายมาก! ทีนี้ มาคุยกันถึง เหตุผลที่ ๒ ในยุค หุ่นยนต์-ไอที มาแทนคน คือหลายวันก่อน มีโอกาสพบ คุณบรรพต หงษ์ทอง มือสร้างตลาดสินค้าส่งออก ยุคเป็นอธิบดีอยู่พาณิชย์ แต่ไพล่ไปเป็นปลัดเกษตรฯ ท่านปรารภว่า เห็นหุ่นยนต์และไอทีทำงานแทนคนมากขึ้นเรื่อยๆ ใจหนึ่ง ก็เข้าใจด้านยุคสมัยที่พัฒนาไป แต่อีกใจก็ห่วง คนใช้แรงงาน เมื่อเทคโนโลยีมาแทนที่ มนุษย์ที่เคยมีรายได้ เพื่ออยู่-เพื่อกิน-เพื่อเลี้ยงครอบครัว จะทำอย่างไรกัน? นายกฯ ประยุทธ์ มุ่งยุทธศาสตร์นวัตกรรม ก็เห็นด้วย แต่อยากฝากท่านนายกฯ ช่วยคิด-ช่วยหาทาง เผื่อกลุ่มคนระดับแรงงานที่จะกลายเป็น มนุษย์ส่วนเกิน ในยุค หุ่นยนต์-ไอที ให้ด้วย เพราะคนกลุ่มนี้ เพิ่มศักยภาพตามยุคไม่ทันแน่ แล้วจะให้พวกเขาไปทำมาหากินอะไร? ไปทำไร่-ทำนา พูดง่าย แต่ทำยาก และใช่ว่ามีพื้นที่เหลือเฟือให้เขาเลือกไปทำกิน คนว่างงาน จะกลายเป็น ปัญหาย้อนศร สังคม สินค้าหุ่นยนต์ผลิตออกมา จะไปขายให้ใคร ในเมื่อ กำลังซื้อของคนส่วนใหญ่ในสังคม ล้วนซีด เพราะไร้งาน-ไร้เงิน!? ปัญหา เศรษฐกิจ-สังคม ดูไปเหมือน ลูกรูบิก หมุนแถบสีด้านนี้เรียงเสร็จ พลิกอีกด้านอ้าว หน้าด่าง-ต่างสีกันซะแล้ว! การพัฒนาใช้หุ่นยนต์แทนคน มันก็โอเค แต่คนที่ถูกหุ่นยนต์แทนที่ล่ะ โอเคมั้ย? ตรงนี้ รัฐบาลต้องคิด หาแผน-หาทาง รองรับไว้ด้วย ชะล่าใจไม่ได้ เพราะไอทีมันมาเร็ว ต่างกับคน ที่รายได้มาช้า แต่หิวเร็ว-โกรธเร็ว! เรื่องการเมืองตอนนี้น่ะ อยู่กับมันได้ แต่อย่าเข้าไปในมัน หมายถึง อย่าเอามาเป็นอารมณ์จนเสียศูนย์ ถอยออกมานิด แล้วมองเข้าไป จะเห็น ขบวนการแต้มแต่ง กระเย้อกระแหย่งกันน่าเหยียบ คิดในมุมกลับ แปลง วิกฤตินาฬิกา เป็นเหยื่อล่อ ก็ได้ผล บ้านเมืองที่เข้าใจว่าสงบ โยนนาฬิกาทดสอบตูมเดียว เหี้ยกรูออกมาเป็นฝูง!。31 มค 61 - นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีพลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช ยืนยันไม่เคยสัญญาประกาศเลือกตั้งวันไหน ว่า คนไทยฟังแล้วรู้สึกสลดใจ ไม่รู้ว่ากล้าพูดเช่นนั้นได้อย่างไร ถ้าย้อนกลับไปก่อนรัฐประหาร 2557 เคยบอกว่าจะไม่ยึดอำนาจแต่ก็ยึด หลังจากยึดอำนาจก็บอกว่าไม่ใช่นักการเมืองตลอด3ปี จนมีการบันทึกไว้ว่าท่านบอกว่าไม่ใช่นักการเมือง 9 ครั้ง แต่เมื่อเดือนมกราคม 2561 ยอมรับว่าเป็นนักการเมือง เรื่องการเลือกตั้งก็ไปบอกนายชินโสะ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น จะเลือกตั้ง 2558 บอกนายบันคีมูน เลขาธิการยูเอ็น จะเลือกตั้ง 2560 ไปเยือนสหรัฐอเมริกา ยิ่งกว่าพูดเพราะบันทึกไว้ในแถลงการณ์ร่วมซึ่งไม่ใช่การพูดคุยเฉพาะโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกากับพลอประยุทธ์ แต่เป็นแถลงการณ์ร่วมระหว่างประเทศสหรัฐอเมริกากับประเทศไทย ในแถลงการณ์ข้อ 8 เขียนไว้ชัดเจนว่าจะจัดให้มีการเลือกตั้งในปี 2561 วันที่ 10 ตุลาคม 2560 ยังยืนยันว่าจะจัดให้มีการเลือกตั้งในปี 2561 จนกระทั่งสหภาพยุโรป ได้ยึดมั่นในคำพูดและยอมที่จะกลับมาติดต่อบนพื้นฐานคำมั่นสัญญาการเลือกตั้ง。

Van En Grangz 2021-09-24 22:56:38

นายอนุสรณ์ กล่าวว่าเมื่อพิจารณาข้อเท็จจริงตั้งแต่ก่อนยึดอำนาจ ท่านพูดแล้วไม่ทำตามคำพูด ความจริงตรงข้ามกับสิ่งที่พูดหรือไม่ กรุณาอยู่กับร่องกับรอย สัญญาต้องเป็นสัญญา คนไทยเป็นคนชอบพูดตรงๆจะเอาอย่างไรก็บอกเขา อยากอยู่ในอำนาจก็บอกตรงๆ คนไทยไม่ชอบศรีธนญชัย ไม่ชอบการโกหก ตระบัดสัตย์ ไม่มีใครชอบที่ตัวเองเป็นคนโง่และถูกหลอก ไม่จำเป็นต้องใช้มหัศจรรย์ทางกฎหมาย ทั้งการไม่ปลดล็อคให้พรรคการเมืองทำกิจกรรม แล้วอ้างว่าเมื่อพรรคการเมืองปฏิบัติตามกฏหมายไม่ทันก็ออกประกาศ 53 / 60 และสนชก็ใช้ประกาศฉบับดังกล่าว เป็นข้ออ้างในการขยายระยะเวลาบังคับใช้กฎหมายออกไป 90 วัน หาเศษหาเลยเล็กๆน้อยๆทางการเมืองท่านก็เอาหรือไม่ ตอนนี้คนไทยเข้าใจแล้วว่าที่ยึดอำนาจ ตัดสินใจวางแผนมาตั้งแต่ต้นหรือไม่ ทั้งการมียุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี มีสวสรรหา 250 คน เป็นการคิดวางแผนทำกันอย่างเป็นกระบวนการหรือไม่ ความจริงนักการเมืองอดทนได้ แต่มันเป็นการสร้างวัฒนธรรมที่ไม่ดีหรือไม่ โกหกเป็นนิจ พูดแล้วไม่ทำหรือไม่ ในทางการแพทย์คนที่มีอาการขี้หลงขี้ลืมต้องไปตรวจว่าเป็นอัลไซเมอร์หรือไม่ ควรไปพบแพทย์โดยด่วนหรือไม่, เรื่อง ค่าแรงขั้นต่ำ นี่ เป็นปัญหาโลกแตกมาตลอด ลูกจ้าง ก็จะเอาแพงๆ นายจ้าง ก็จะจ่ายถูกๆ ก็มีเหตุผลด้วยกันทั้งสองฝ่าย แต่ถ้าถามว่าฝ่ายไหนผิด-ฝ่ายไหนถูก? ไม่รู้? รู้แต่ว่า เวลานี้ บริษัท-ห้างร้าน-ธุรกิจ-อุตสาหกรรมทั้งหลาย ต่างมีแผน ลดจ้าง-โละคน ออกเรื่อยๆ แต่งาน ไม่ลด ! เมื่องานไม่ลด แถมมีแต่เพิ่มขึ้น แล้วจะให้ใครทำงาน? คำตอบคือ หุ่นยนต์ และเทคโนโลยีไอที ที่จะเข้ามาแทน แทนคน ! เหตุผลชัด-ตรงตัว ลดต้นทุน หุ่นยนต์ไม่เรื่องมาก ไม่เรียกร้องโบนัส-เงินเดือน ไม่มีโอที ไม่ประท้วงหยุดงาน แถมควบคุมได้ทั้งปริมาณและคุณภาพ อุตสาหกรรมเกษตรและโรงงานผลิตอาหารสำเร็จรูปเครือซีพีทุกวันนี้ ใช้ หุ่นยนต์ แทน คน มากขึ้น โรงงานผลิตอาหารสำเร็จรูปใหญ่ที่สุดในจีนของซีพี เนื้อที่มากกว่า ๔๒,๐๐๐ ตารางเมตร ผลิตตลอด ๒๔ ชั่วโมง ไม่ใช้คนเลย! โกดังสินค้าอาลีบาบา ของแจ๊ก หม่า กว้างใหญ่เป็นเมือง แต่ใช้คนแค่ ๓๐% ที่เหลืออีก ๗๐ ใช้หุ่นยนต์ ถ้าสังเกต ช่วงรอยต่อศตวรรษ จะเห็นบริษัทธุรกิจการค้าใหญ่ๆ ต่างประกาศแผน ลดคน ใช้หุ่นยนต์และระบบไอทีแทนเรื่อยๆ แม้แต่ในบ้านเรา หลายวันก่อน ผู้บริหารแบงก์ไทยพาณิชย์ นายอาทิตย์ นันทวิทยา ก็ประกาศปรับองค์กร รองรับกระแสดิจิทัล ขับเคลื่อนไทยพาณิชย์สู่ความเป็น The Most Admired Bank ด้วยแผน ๓ ปี ลดสาขาเหลือ ๔๐๐ จาก ๑,๑๕๓ สาขา ตั้งเป้าลดพนักงานเหลือ ๑๕,๐๐๐ คน จาก ๒๗,๐๐๐ คน หลายคนตกใจ นึกว่าการลดสาขา-ลดพนักงานหมายถึงแบงก์ไทยพาณิชย์สั่นคลอน ธุรกิจกินดอกเบี้ยเตี้ยลง พนักงานไทยพาณิชย์ก็ตกใจ แต่ไม่ได้ตกใจด้านนั้น หากแต่ตกใจด้วยกลัว ตกงาน ถึงขั้นประท้วง แต่ก็ ตกลง ได้ ด้วยเข้าใจกัน ลบแผนโละ แต่พนักงานต้อง สร้างศักยภาพ ตัวเอง รองรับเทคโนโลยีเปลี่ยนโลกด้วย! ที่หยิบเรื่องนี้มาคุย เหตุผลแรก คือ โลกมันหมุน ถ้าเราอยากอยู่กับโลกให้สุข ก็ต้องหมุนไปกับโลก คือวันนี้ ถึงยุคเทคโนโลยีไอทีครองโลก ถ้าเราอยากมีงาน มีเงินจากงาน มีความลงตัวในการใช้ชีวิตร่วมสังคมโลก ก็ต้องเรียนรู้-พัฒนาให้เข้ากับยุค อย่าอ้างวัยเพื่อเลี่ยงการเรียนรู้ พูดง่ายๆ ต้อง อัพเกรด ตัวเอง สู่ยุคไอทีด้วย ที่ นายกฯ ประยุทธ์ วางแนวสร้างศักยภาพประเทศ ด้วยยุทธศาสตร์ ๔๐ นั่น ถูกแล้ว เมื่อโลกเขาลัดนิ้วมือไปด้วยไอที และเราวางตำแหน่งประเทศเป็นเมืองท่องเที่ยว เป็นประเทศอุตสาหกรรมเกษตรส่งออก อุตสาหกรรมเครื่องจักร และปิโตรเคมีและสังสรรค์-สโมสรร่วมประชาคมโลกทุกรูปแบบอย่างทุกวันนี้ ก็จำเป็น ต้อง หมุนตามโลก ไปกับเขา! กรณีแบงก์ไทยพาณิชย์ ผมจึง มองต่าง ในทันทีที่เห็นข่าว คือขณะที่คนอื่น มอง มุมลบ ผมกลับเห็นการ ลดสาขา-ลดพนักงาน ว่านั่น เป็นวิสัยทัศน์ของคณะบริหารไทยพาณิชย์ สมัยก่อน แต่ละแบงก์ จะใหญ่-จะโต จะมีหน้า-มีตา วัดกันตรงใครมีสาขาครอบคลุมแต่ละพื้นที่ประเทศมากกว่ากัน เพราะยุคนั้น สลึงหนึ่ง บาทหนึ่ง คนก็ต้องหอบสังขารไปแบงก์ แต่ยุคไอที มีตู้ ATM ให้ฝาก-ถอน-โอน-กู้ ริมถนน ตามห้าง ตามชุมชน ตลอด ๒๔ ชั่วโมง สำนักงานสาขา กลายเป็นตัวเทอะทะ สร้างภาระ เพิ่มค่าใช้จ่าย เปลืองคนโดยเปล่าประโยชน์ ยุคนี้ คนเดินห้าง เดินถนน มากกว่าคนเดินไปแบงก์ ฉะนั้น เอาตู้ ATM ติดตามชุมชน เช่าพื้นที่ห้าง กั้นห้อง ใช้คนไม่กี่คน ลดรายจ่าย-เพิ่มกำไร ให้แบงก์อีกจมหู เหลือสำนักงานสาขาไว้ทำธุรกรรมระดับพันล้าน-หมื่นล้านในจุดจำเป็น เหลือเฟือแล้ว วงจรธุรกิจการเงิน-การธนาคาร นับวันจะเปลี่ยนอุปสงค์-อุปทาน และรูปแบบธุรกรรมก็ไม่เหมือนเดิม ผมจึงมองว่า การประกาศวิสัยทัศน์ของไทยพาณิชย์วันก่อน ไม่ใช่ ถอยหลัง หากแต่เป็นการ ตั้งตัว ทะยานรับโลกยุคดิจิทัลมากกว่า! ไทยเรา ตั้งเข็มทิศ ทางไปทางนั้นอยู่แล้ว เห็นได้จากโมเดลประเทศ ๔๐ อุตสาหกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม -กลุ่มอุปกรณ์อัจฉริยะ หุ่นยนต์ และระบบเครื่องกล ที่ใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ควบคุม -กลุ่มดิจิทัล เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต ที่เชื่อมต่อการทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ ปัญญาประดิษฐ์ และเทคโนโลยีสมองกลฝังตัว เป็น ๒ ใน ๕ กลุ่ม ที่รัฐบาล คสช ทำให้เกิด ในโครงการอีอีซี อันเป็นโครงการต่อยอดโครงการอีสเทิร์นซีบอร์ด ที่ทำให้ไทยโชติช่วงชัชวาลในสมัยป๋าเปรม ฉะนั้น ทั้งภาคธุรกิจและภาคประชาชน ถ้าไม่ต้องการตกอยู่ในภาวะกระเสือก-กระสน ก็ต้อง สน เพื่อปรับธุรกิจและพัฒนาศักยภาพบุคคลไปอยู่ในจุดนั้น นี่คือการอยู่ดูโลกให้มันโศภิน แต่ถ้าไม่ต้องการ อยากอยู่กับโลกเดิมๆ ที่ชิน ก็ไม่เป็นไร ถ้ามั่นใจว่า ทรัพย์สินเงินทองเท่าที่สะสมไว้ แก่ตายก็ใช้ไม่หมด นั่นก็ไม่ต้องไปถวายตัวเป็นทาสไอทีก็ได้ เอาเงินไปซื้อหุ่นยนต์ซักตัว มาเป็นหมอนวด ไปซื้อโอเลี้ยงปากซอย สบายมาก! ทีนี้ มาคุยกันถึง เหตุผลที่ ๒ ในยุค หุ่นยนต์-ไอที มาแทนคน คือหลายวันก่อน มีโอกาสพบ คุณบรรพต หงษ์ทอง มือสร้างตลาดสินค้าส่งออก ยุคเป็นอธิบดีอยู่พาณิชย์ แต่ไพล่ไปเป็นปลัดเกษตรฯ ท่านปรารภว่า เห็นหุ่นยนต์และไอทีทำงานแทนคนมากขึ้นเรื่อยๆ ใจหนึ่ง ก็เข้าใจด้านยุคสมัยที่พัฒนาไป แต่อีกใจก็ห่วง คนใช้แรงงาน เมื่อเทคโนโลยีมาแทนที่ มนุษย์ที่เคยมีรายได้ เพื่ออยู่-เพื่อกิน-เพื่อเลี้ยงครอบครัว จะทำอย่างไรกัน? นายกฯ ประยุทธ์ มุ่งยุทธศาสตร์นวัตกรรม ก็เห็นด้วย แต่อยากฝากท่านนายกฯ ช่วยคิด-ช่วยหาทาง เผื่อกลุ่มคนระดับแรงงานที่จะกลายเป็น มนุษย์ส่วนเกิน ในยุค หุ่นยนต์-ไอที ให้ด้วย เพราะคนกลุ่มนี้ เพิ่มศักยภาพตามยุคไม่ทันแน่ แล้วจะให้พวกเขาไปทำมาหากินอะไร? ไปทำไร่-ทำนา พูดง่าย แต่ทำยาก และใช่ว่ามีพื้นที่เหลือเฟือให้เขาเลือกไปทำกิน คนว่างงาน จะกลายเป็น ปัญหาย้อนศร สังคม สินค้าหุ่นยนต์ผลิตออกมา จะไปขายให้ใคร ในเมื่อ กำลังซื้อของคนส่วนใหญ่ในสังคม ล้วนซีด เพราะไร้งาน-ไร้เงิน!? ปัญหา เศรษฐกิจ-สังคม ดูไปเหมือน ลูกรูบิก หมุนแถบสีด้านนี้เรียงเสร็จ พลิกอีกด้านอ้าว หน้าด่าง-ต่างสีกันซะแล้ว! การพัฒนาใช้หุ่นยนต์แทนคน มันก็โอเค แต่คนที่ถูกหุ่นยนต์แทนที่ล่ะ โอเคมั้ย? ตรงนี้ รัฐบาลต้องคิด หาแผน-หาทาง รองรับไว้ด้วย ชะล่าใจไม่ได้ เพราะไอทีมันมาเร็ว ต่างกับคน ที่รายได้มาช้า แต่หิวเร็ว-โกรธเร็ว! เรื่องการเมืองตอนนี้น่ะ อยู่กับมันได้ แต่อย่าเข้าไปในมัน หมายถึง อย่าเอามาเป็นอารมณ์จนเสียศูนย์ ถอยออกมานิด แล้วมองเข้าไป จะเห็น ขบวนการแต้มแต่ง กระเย้อกระแหย่งกันน่าเหยียบ คิดในมุมกลับ แปลง วิกฤตินาฬิกา เป็นเหยื่อล่อ ก็ได้ผล บ้านเมืองที่เข้าใจว่าสงบ โยนนาฬิกาทดสอบตูมเดียว เหี้ยกรูออกมาเป็นฝูง!。จากการสอบสวนยังคงพบอีกว่า ในช่วงของการจับกุมตัวนั้นผู้ต้องหาได้ไปทำการบวชพระเพื่อต้องการเสริมความเป็นสิริมงคลให้กับตนเอง เนื่องจากเป็นเอเยนต์ค้ายาบ้าและยาเสพติดในพื้นที่ขอนแกนมานาน จึงอยากทำบุญอุทิศส่วนบุญส่วนกุศล แต่กลับมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวได้คาผ้าเหลืองดังกล่าว ทั้งนี้หลังการสอบปากคำแล้วเสร็จจึงตั้งข้อกล่าวหาว่ามียาเสพติดประเภทที่ 1 ไว้ในครอบครองเพื่อเสพและจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย ก่อนทำการควบคุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวน สภโนนสูง อยางตลาด จกาฬสินธุ์ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป。

ชิ Daoyuan 2021-09-24 22:56:38

ก๊วนความหวังใหม่เด็กพ่อใหญ่จิ๋วรวมตัวตั้งพรรคพลังพลเมือง ปัดนายเก่าไฟเขียว เอกพร ฟุ้งจะแก้ปัญหาทางตันประเทศ ยึดสวิตเซอร์แลนด์โมเดลให้ความสำคัญ ปชช ไร้นายทุนป็นเจ้าของ เสี่ยติ่ง หวังคะแนนไม่ทิ้งน้ำพา 20 สสเข้าสภา ยังกั๊กเอียงขั้วเพื่อไทยหรือ คสช ไม่ปิดช่องนายกฯ คนนอก คึก! พร้อมเปิดชื่อผู้สมควรเป็นนายกฯ ทันทีหลัง กกตรับรอง ที่โรงเรียนอนุบาลเลิศนุวัฒน์ ย่านราชวิถี วันที่ 30 มกราคม คณะแกนนำและผู้ก่อตั้งพรรคพลังพลเมือง ซึ่งเป็นการรวมตัวของอดีตรัฐมนตรี นักการเมืองรุ่นเก่า ประกอบด้วย นายสัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์ อดีต รมตประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, นายเอกพร รักความสุข อดีต รมชแรงงานและสวัสดิการสังคม, นายเกียรติชัย ชัยเชาวรัตน์ อดีต รมชมหาดไทย, นายกริช คงเพชร อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร, นพวิชัย ชัยจิตวณิชกุล อดีต สสอุดรธานี ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักการเมืองและมีตำแหน่งในรัฐบาลพรรคความหวังใหม่แทบทั้งสิ้น ร่วมแถลงความคืบหน้าการเตรียมยื่นจดทะเบียนตั้งพรรคและแนวทางพรรค โดยนายเอกพรกล่าวว่า การก่อตั้งพรรคมีอดีตนักการเมืองหลายคนมารวมตัวกัน พรรคนี้จะแก้ปัญหาทางตันของประเทศ เพราะตั้งแต่ปี 2540-2561 เราวนเวียนอยู่กับการยึดอำนาจ มีรัฐธรรมนูญนับไม่ถ้วน มีเลือกตั้งมา 4-5 ครั้ง แนวทางของพรรคได้มาหารือร่วมกันเห็นว่า โมเดลสวิตเซอร์แลนด์ที่ให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตดี ทั้งด้านเศรษฐกิจ ไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบทางกฎหมาย สร้างสังคมเท่าเทียม ดูแลคนด้อยโอกาส ประเทศเราจะไม่ต่างจากสวิตเซอร์แลนด์ พรรคพลังพลเมืองจะทำให้การเมืองเป็นการเมือง เป็นรัฐบาลฟังเสียงประชาชน ตามสโลแกนของพรรค พลังคนไทย ก้าวใหม่ที่มั่นคง ด้านนายสัมพันธ์กล่าวว่า ในวันที่ 9 กพ จะมีตัวแทนพรรคไปร่วมประชุมกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต) ในวันที่ 1 มีค ไปยื่นขอจดทะเบียนตั้งพรรค ดำเนินขั้นตอนต่างๆ ทางธุรการ โดยพรรคพลังพลเมืองมีอดีต สสจากหลายพรรคมารวมตัวกันประมาณ 30 คน ส่วนที่ถามว่าพรรคนี้จะไปอยู่กับฝ่ายไหน สนับสนุนใครเป็นนายกรัฐมนตรีนั้น หากพูดให้คนหมั่นไส้ก็ต้องบอกว่าอยู่ฝ่ายประชาชน ยังเร็วเกินไปที่จะพูดว่าไปอยู่กับฝ่ายใด ขอให้กระบวนการก่อตั้งพรรคแล้วเสร็จก่อน เราไม่อยากบริหารพรรคที่มีคนใดคนหนึ่ง ครอบครัวใดครอบครัวหนึ่งเป็นเจ้าของ เราไม่เอาอยู่แล้ว จะไม่ทำแบบนั้น ผู้สื่อข่าวถามว่า การก่อตั้งพรรคขึ้นมาอาจถูกมองว่าหากไม่เป็นนอมินีให้พรรคเพื่อไทยก็ฝ่ายทหาร นายสัมพันธ์กล่าวว่า เราเบื่อหน่ายท้อแท้กับพรรคที่มีเจ้าของ พรรคพลังพลเมืองเป็นนอมินีประชาชน เร็วเกินไปที่จะบอกว่าสนับสนุนใครเป็นนายกฯ ในการเลือกตั้งครั้งหน้าหลังจากเลือกประธานสภาเสร็จ คงจะบอกได้จะสนับสนุนใครเป็นนายกฯ เราสนับสนุนคนดีมีจริยธรรมเป็นผู้บริหาร เมื่อถามว่า ในใจอยากเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล อดีต รมตประจำสำนักฯ กล่าวว่า ถ้าเป็นรัฐบาลก็ได้รับใช้ประชาชน อยู่ฝ่ายค้านก็จะเป็นปากเสียงให้ประชาชน ขอให้แล้วแต่โอกาส อยู่ที่เหตุการณ์ตรงนั้น ต้องดูว่าใครจะได้เป็นเสียงข้างมาก และน่าจะทำงานตามที่เราคิดไว้ได้หรือไม่ ถ้าเป็นพรรคชัดเจนคงจะตอบได้ อย่างไรก็ดีเราสนับสนุนคนดีมีจริยธรรม เรื่องนายกฯ คนนอก กฎหมายว่าไว้อย่างไรเราปฏิเสธไม่ได้ วันนี้ยังไม่ได้มี 3 รายชื่อในใจ ที่เสนอชื่อเป็นนายกฯ ส่วนหัวหน้าพรรคยังระบุไม่ได้จะเป็นใคร รอให้หารือกันให้แล้วเสร็จก่อน นายสัมพันธ์กล่าวถึงจุดยืนของพรรคต่อนายกฯ คนนอก ถามว่าการรวมตัวกันของนักการเมืองรุ่นเก่า อะไรที่จะเป็นจุดขายเป็นทางเลือกใหม่ให้กับประชาชน อดีตสสพรรคความหวังใหม่และพรรคพลังประชาชนกล่าวว่า แม้จะเป็นนักการเมืองเก่า แต่ก็มีความคิดใหม่ รวมทั้งยังมีทายาทนักการเมืองที่ถือเป็นรุ่น 2 อีกหลายคน ที่อาจจะเข้ามาทำงานร่วมกับพรรค เราแค่ปูพื้นไว้ให้ โดยรุ่น 2 ยังรออยู่ที่ยังไม่เปิดตัวออกมา ถามอีกว่า หวังว่าจะได้ สสกี่คน นายสัมพันธ์ กล่าวว่า คงเร็วไปที่จะพูด หากพูดจำนวนออกมาเยอะ จะหาว่าอวดตัว บอกหวังเพียง 2-3 คน บางคนอาจมองน้อยเกินไป แต่คงจะได้พอสำหรับทำงานและเสนอกฎหมายในสภาได้ สำหรับการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งครั้งหน้า ตั้งใจจะส่งให้ครบทุกเขตเลือกตั้ง คาดว่าพรรคจะได้ สสมาในสภากว่า 20 ที่นั่ง แม้ สสเขตจะไม่ชนะคู่แข่ง แต่ยังมีทางตามที่กติกาเลือกตั้งกำหนดไว้ว่า คะแนนที่ประชาชนมอบให้สามารถนำมาคำนวณเป็นสสบัญชีรายชื่อได้ ดังนั้นจึงมั่นใจว่าจะเป็นโอกาสให้กับพรรค ส่วนกติกาการเลือกตั้งใหม่ จะไม่เป็นปัญหา เท่าที่ดูมีการปรับจากในอดีตเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ส่วนนายเกียรติชัย ชัยเชาวรัตน์ กล่าวว่า การก่อตั้งพรรคพลังพลเมือง เกิดจากอดีตนักการเมืองที่เคยทำงานมาหารือร่วมกัน แม้พรรคนี้จะมีอดีต สสความหวังใหม่เยอะ แต่ก่อนก่อตั้งพรรคไม่ได้ไปหารือกับ พลอชวลิต ยงใจยุทธ อดีตหัวหน้าพรรคความหวังใหม่ เป็นการดำเนินการเองของพวกเรา ท่านไม่ทราบเรื่อง และเราก็ไม่อยากไปรบกวนท่าน มีรายงานข่าวจากพรรคพลังพลเมืองเปิดเผยว่า สำหรับความเคลื่อนไหวการก่อตั้งพรรคพลังพลเมืองนั้น เกิดจากกลุ่มอดีตรัฐมนตรีและอดีต สสที่มีประสบการณ์การเมือง อาทิ นายสัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์, นายเกียรติชัย ชัยเชาวรัตน์, นายเอกพร รักความสุข ในการคิดริเริ่มที่อยากจะมีพรรคการเมืองให้หลุดพ้นจากวงจรความขัดแย้ง นำมาสู่การชูแนวคิดแนวนโยบายที่ไม่เหมือนเดิม เช่น การทำพรรคให้ปลอดจากเจ้าของ นายทุน เน้นการมีส่วนร่วมจากประชาชน การแถลงจัดตั้งพรรคครั้งนี้เป็นเพียงหนึ่งในสามส่วนของพรรคที่เราวางไว้เท่านั้น วันนี้เป็นเพียงการประกาศชื่อคณะผู้ร่วมก่อตั้งพรรค ในส่วนที่สอง สาม ที่เป็นกำลังหลัก ทั้งคนรุ่นใหม่ คนมีชื่อเสียงที่จะเข้าร่วม แนวคิดใหม่ๆ ขอให้รอดูหลังจากกระบวนการจดตั้งพรรคสมบูรณ์จาก กกต จะทยอยเปิดออกมา นโยบายจะเน้นเจาะกลุ่มแต่ละบุคคลให้ตรงเป้ามากที่สุด อาทิ กลุ่มวัยรุ่น วัยทำงาน ผู้พิการ และจะนำเทคโนโลยีการสื่อสารสมัยใหม่มาปรับใช้เพื่อให้เข้ากับสถานการณ์ สื่อสารไปยังกลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจนที่สุด ยุทธศาสตร์ของพรรคไม่ได้แย่งชิงคะแนนเสียงจากพรรคใหญ่เพื่อหวังเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แต่เน้นทุกคะแนนเสียงที่สามารถนำมาคำนวณเป็น สสบัญชีรายชื่อได้ นอกจากนี้พรรคจะไม่ทำการเมืองเหมือนพรรคการเมืองอื่น ที่ส่วนใหญ่จะขออุบบัญชีรายชื่อผู้สมควรเป็นนายกรัฐมนตรีไว้ในขั้นตอนสุดท้าย แต่พรรคพลังพลเมือง หากกระบวนการจดตั้งพรรคได้รับการรับรองจาก กกตเสร็จสมบูรณ์ตามกฎหมาย เมื่อไปทาบทามบุคคลที่มีประวัติดี มีความซื่อสัตย์สุจริต สังคมยอมรับ หากคนนั้นตอบตกลง จะเปิดชื่อเหล่านั้นทันที โดยไม่ต้องรอให้ครบ 3 ชื่อ หากชื่อแรกพร้อมก็เปิดออกมาเลย เพื่อให้ประชาชนได้เห็น ร่วมตรวจสอบกันตั้งแต่ขั้นเริ่มต้นเลย รายงานข่าวระบุ,ก๊วนความหวังใหม่เด็กพ่อใหญ่จิ๋วรวมตัวตั้งพรรคพลังพลเมือง ปัดนายเก่าไฟเขียว เอกพร ฟุ้งจะแก้ปัญหาทางตันประเทศ ยึดสวิตเซอร์แลนด์โมเดลให้ความสำคัญ ปชช ไร้นายทุนป็นเจ้าของ เสี่ยติ่ง หวังคะแนนไม่ทิ้งน้ำพา 20 สสเข้าสภา ยังกั๊กเอียงขั้วเพื่อไทยหรือ คสช ไม่ปิดช่องนายกฯ คนนอก คึก! พร้อมเปิดชื่อผู้สมควรเป็นนายกฯ ทันทีหลัง กกตรับรอง ที่โรงเรียนอนุบาลเลิศนุวัฒน์ ย่านราชวิถี วันที่ 30 มกราคม คณะแกนนำและผู้ก่อตั้งพรรคพลังพลเมือง ซึ่งเป็นการรวมตัวของอดีตรัฐมนตรี นักการเมืองรุ่นเก่า ประกอบด้วย นายสัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์ อดีต รมตประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, นายเอกพร รักความสุข อดีต รมชแรงงานและสวัสดิการสังคม, นายเกียรติชัย ชัยเชาวรัตน์ อดีต รมชมหาดไทย, นายกริช คงเพชร อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร, นพวิชัย ชัยจิตวณิชกุล อดีต สสอุดรธานี ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักการเมืองและมีตำแหน่งในรัฐบาลพรรคความหวังใหม่แทบทั้งสิ้น ร่วมแถลงความคืบหน้าการเตรียมยื่นจดทะเบียนตั้งพรรคและแนวทางพรรค โดยนายเอกพรกล่าวว่า การก่อตั้งพรรคมีอดีตนักการเมืองหลายคนมารวมตัวกัน พรรคนี้จะแก้ปัญหาทางตันของประเทศ เพราะตั้งแต่ปี 2540-2561 เราวนเวียนอยู่กับการยึดอำนาจ มีรัฐธรรมนูญนับไม่ถ้วน มีเลือกตั้งมา 4-5 ครั้ง แนวทางของพรรคได้มาหารือร่วมกันเห็นว่า โมเดลสวิตเซอร์แลนด์ที่ให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตดี ทั้งด้านเศรษฐกิจ ไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบทางกฎหมาย สร้างสังคมเท่าเทียม ดูแลคนด้อยโอกาส ประเทศเราจะไม่ต่างจากสวิตเซอร์แลนด์ พรรคพลังพลเมืองจะทำให้การเมืองเป็นการเมือง เป็นรัฐบาลฟังเสียงประชาชน ตามสโลแกนของพรรค พลังคนไทย ก้าวใหม่ที่มั่นคง ด้านนายสัมพันธ์กล่าวว่า ในวันที่ 9 กพ จะมีตัวแทนพรรคไปร่วมประชุมกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต) ในวันที่ 1 มีค ไปยื่นขอจดทะเบียนตั้งพรรค ดำเนินขั้นตอนต่างๆ ทางธุรการ โดยพรรคพลังพลเมืองมีอดีต สสจากหลายพรรคมารวมตัวกันประมาณ 30 คน ส่วนที่ถามว่าพรรคนี้จะไปอยู่กับฝ่ายไหน สนับสนุนใครเป็นนายกรัฐมนตรีนั้น หากพูดให้คนหมั่นไส้ก็ต้องบอกว่าอยู่ฝ่ายประชาชน ยังเร็วเกินไปที่จะพูดว่าไปอยู่กับฝ่ายใด ขอให้กระบวนการก่อตั้งพรรคแล้วเสร็จก่อน เราไม่อยากบริหารพรรคที่มีคนใดคนหนึ่ง ครอบครัวใดครอบครัวหนึ่งเป็นเจ้าของ เราไม่เอาอยู่แล้ว จะไม่ทำแบบนั้น ผู้สื่อข่าวถามว่า การก่อตั้งพรรคขึ้นมาอาจถูกมองว่าหากไม่เป็นนอมินีให้พรรคเพื่อไทยก็ฝ่ายทหาร นายสัมพันธ์กล่าวว่า เราเบื่อหน่ายท้อแท้กับพรรคที่มีเจ้าของ พรรคพลังพลเมืองเป็นนอมินีประชาชน เร็วเกินไปที่จะบอกว่าสนับสนุนใครเป็นนายกฯ ในการเลือกตั้งครั้งหน้าหลังจากเลือกประธานสภาเสร็จ คงจะบอกได้จะสนับสนุนใครเป็นนายกฯ เราสนับสนุนคนดีมีจริยธรรมเป็นผู้บริหาร เมื่อถามว่า ในใจอยากเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล อดีต รมตประจำสำนักฯ กล่าวว่า ถ้าเป็นรัฐบาลก็ได้รับใช้ประชาชน อยู่ฝ่ายค้านก็จะเป็นปากเสียงให้ประชาชน ขอให้แล้วแต่โอกาส อยู่ที่เหตุการณ์ตรงนั้น ต้องดูว่าใครจะได้เป็นเสียงข้างมาก และน่าจะทำงานตามที่เราคิดไว้ได้หรือไม่ ถ้าเป็นพรรคชัดเจนคงจะตอบได้ อย่างไรก็ดีเราสนับสนุนคนดีมีจริยธรรม เรื่องนายกฯ คนนอก กฎหมายว่าไว้อย่างไรเราปฏิเสธไม่ได้ วันนี้ยังไม่ได้มี 3 รายชื่อในใจ ที่เสนอชื่อเป็นนายกฯ ส่วนหัวหน้าพรรคยังระบุไม่ได้จะเป็นใคร รอให้หารือกันให้แล้วเสร็จก่อน นายสัมพันธ์กล่าวถึงจุดยืนของพรรคต่อนายกฯ คนนอก ถามว่าการรวมตัวกันของนักการเมืองรุ่นเก่า อะไรที่จะเป็นจุดขายเป็นทางเลือกใหม่ให้กับประชาชน อดีตสสพรรคความหวังใหม่และพรรคพลังประชาชนกล่าวว่า แม้จะเป็นนักการเมืองเก่า แต่ก็มีความคิดใหม่ รวมทั้งยังมีทายาทนักการเมืองที่ถือเป็นรุ่น 2 อีกหลายคน ที่อาจจะเข้ามาทำงานร่วมกับพรรค เราแค่ปูพื้นไว้ให้ โดยรุ่น 2 ยังรออยู่ที่ยังไม่เปิดตัวออกมา ถามอีกว่า หวังว่าจะได้ สสกี่คน นายสัมพันธ์ กล่าวว่า คงเร็วไปที่จะพูด หากพูดจำนวนออกมาเยอะ จะหาว่าอวดตัว บอกหวังเพียง 2-3 คน บางคนอาจมองน้อยเกินไป แต่คงจะได้พอสำหรับทำงานและเสนอกฎหมายในสภาได้ สำหรับการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งครั้งหน้า ตั้งใจจะส่งให้ครบทุกเขตเลือกตั้ง คาดว่าพรรคจะได้ สสมาในสภากว่า 20 ที่นั่ง แม้ สสเขตจะไม่ชนะคู่แข่ง แต่ยังมีทางตามที่กติกาเลือกตั้งกำหนดไว้ว่า คะแนนที่ประชาชนมอบให้สามารถนำมาคำนวณเป็นสสบัญชีรายชื่อได้ ดังนั้นจึงมั่นใจว่าจะเป็นโอกาสให้กับพรรค ส่วนกติกาการเลือกตั้งใหม่ จะไม่เป็นปัญหา เท่าที่ดูมีการปรับจากในอดีตเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ส่วนนายเกียรติชัย ชัยเชาวรัตน์ กล่าวว่า การก่อตั้งพรรคพลังพลเมือง เกิดจากอดีตนักการเมืองที่เคยทำงานมาหารือร่วมกัน แม้พรรคนี้จะมีอดีต สสความหวังใหม่เยอะ แต่ก่อนก่อตั้งพรรคไม่ได้ไปหารือกับ พลอชวลิต ยงใจยุทธ อดีตหัวหน้าพรรคความหวังใหม่ เป็นการดำเนินการเองของพวกเรา ท่านไม่ทราบเรื่อง และเราก็ไม่อยากไปรบกวนท่าน มีรายงานข่าวจากพรรคพลังพลเมืองเปิดเผยว่า สำหรับความเคลื่อนไหวการก่อตั้งพรรคพลังพลเมืองนั้น เกิดจากกลุ่มอดีตรัฐมนตรีและอดีต สสที่มีประสบการณ์การเมือง อาทิ นายสัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์, นายเกียรติชัย ชัยเชาวรัตน์, นายเอกพร รักความสุข ในการคิดริเริ่มที่อยากจะมีพรรคการเมืองให้หลุดพ้นจากวงจรความขัดแย้ง นำมาสู่การชูแนวคิดแนวนโยบายที่ไม่เหมือนเดิม เช่น การทำพรรคให้ปลอดจากเจ้าของ นายทุน เน้นการมีส่วนร่วมจากประชาชน การแถลงจัดตั้งพรรคครั้งนี้เป็นเพียงหนึ่งในสามส่วนของพรรคที่เราวางไว้เท่านั้น วันนี้เป็นเพียงการประกาศชื่อคณะผู้ร่วมก่อตั้งพรรค ในส่วนที่สอง สาม ที่เป็นกำลังหลัก ทั้งคนรุ่นใหม่ คนมีชื่อเสียงที่จะเข้าร่วม แนวคิดใหม่ๆ ขอให้รอดูหลังจากกระบวนการจดตั้งพรรคสมบูรณ์จาก กกต จะทยอยเปิดออกมา นโยบายจะเน้นเจาะกลุ่มแต่ละบุคคลให้ตรงเป้ามากที่สุด อาทิ กลุ่มวัยรุ่น วัยทำงาน ผู้พิการ และจะนำเทคโนโลยีการสื่อสารสมัยใหม่มาปรับใช้เพื่อให้เข้ากับสถานการณ์ สื่อสารไปยังกลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจนที่สุด ยุทธศาสตร์ของพรรคไม่ได้แย่งชิงคะแนนเสียงจากพรรคใหญ่เพื่อหวังเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แต่เน้นทุกคะแนนเสียงที่สามารถนำมาคำนวณเป็น สสบัญชีรายชื่อได้ นอกจากนี้พรรคจะไม่ทำการเมืองเหมือนพรรคการเมืองอื่น ที่ส่วนใหญ่จะขออุบบัญชีรายชื่อผู้สมควรเป็นนายกรัฐมนตรีไว้ในขั้นตอนสุดท้าย แต่พรรคพลังพลเมือง หากกระบวนการจดตั้งพรรคได้รับการรับรองจาก กกตเสร็จสมบูรณ์ตามกฎหมาย เมื่อไปทาบทามบุคคลที่มีประวัติดี มีความซื่อสัตย์สุจริต สังคมยอมรับ หากคนนั้นตอบตกลง จะเปิดชื่อเหล่านั้นทันที โดยไม่ต้องรอให้ครบ 3 ชื่อ หากชื่อแรกพร้อมก็เปิดออกมาเลย เพื่อให้ประชาชนได้เห็น ร่วมตรวจสอบกันตั้งแต่ขั้นเริ่มต้นเลย รายงานข่าวระบุ。อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่าตั้งแต่ตนเป็นอาจารย์ใน มธรรมศาสตร์ 40-50 ปี ไม่เคยโดนเรียกตัวอย่างนี้ ผ่านเหตุการณ์ ทั้ง 14 ตค และ พฤษภาทมิฬ อย่างดีก็แค่มีการใส่ร้าย ป้ายสีสาดโคลนกัน ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ทางราชการเรียกมาแจ้งข้อกล่าวหา。

ความคิดเห็นที่ร้อนแรง
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

เข้าสู่ระบบ จดทะเบียน

เครดิต ฟรี เล่น ได้ ถอน เลย1️⃣LOOK618| สล็อต xo โปร โม ชั่ น1️⃣LOOK618| jumbo live221️⃣LOOK618| ยู ฟ่า สล็อต 9991️⃣LOOK618| บา ค่า ร่า ออนไลน์ sagame168th com 1️⃣2021| สล็อต ฟรี เครดิต ถอน ได้ 1️⃣2021| เว็บ สล็อต โร ม่า1️⃣LOOK618| 5gamingth slot1️⃣M98| game slotxo1️⃣LOOK618| เว็บ mafia slot1️⃣LOOK618| วิธี เข้า เล่น บา คา ร่า 1️⃣2021| ทาง โจ๊ก เกอร์ 1231️⃣LOOK618| จี คลับ 9991️⃣M98| royal1688 ผ่าน มือ ถือ1️⃣M98| pg slot background 1️⃣2021| superslot9181️⃣LOOK618| สมัคร ค่า สิ โน ออนไลน์1️⃣LOOK618| slotxo ทาง เข้า เกม1️⃣LOOK618| รับ เงิน ฟรี 5001️⃣LOOK618| 1ufabet คูปอง ฟรี 1️⃣2021| เกม ออนไลน์ 9181️⃣M98| pg คือ เกม 1️⃣2021| 918thai1️⃣LOOK618| all slot 8881️⃣LOOK618| mafia slot9981️⃣M98| เกม ที่ รับ วอ ล เลท1️⃣M98| เว็บ 1688 คา สิ โน1️⃣LOOK618| แจก เครดิต ฟรี ง่ายๆ1️⃣LOOK618| joker ลอง เล่น 1️⃣2021| สล็อต โจ๊ก เกอร์ ฟรี เครดิต1️⃣M98| joker slot 9781️⃣LOOK618| โร ม่า ทดลอง เล่น1️⃣M98| ufa mvp 8881️⃣M98| cnx joker 1️⃣2021| การ เล่น บา คา ร่า mm88now 1️⃣2021| เค ดิ ต ฟรี ไม่ ต้อง แชร์ ไม่ ต้อง ฝาก ก่อน1️⃣LOOK618| joker xo slot 1️⃣2021| สล็อต 9281️⃣M98| โจ๊ก เกอร์ 9111️⃣M98| slotxo ฝาก ถอน ผ่าน วอ เลท44th joker 1️⃣2021| สมัคร แจก เครดิต ฟรี1️⃣M98| 928bet สล็อต 1️⃣2021| โปร ฝาก 50 รับ 100 ถอน ไม่ อั้น วอ เลท 1️⃣2021| เครดิต ฟรี ไม่ หลอก 1️⃣2021| ทดลอง เล่น สล็อต ฟรี 20181️⃣M98| slot 16681️⃣M98| บา คา ร่า วัน ละ 3001️⃣M98| slot ฝาก 9 รับ 100 1️⃣2021| สล็อต roma1️⃣M98| แจก ฟรี เครดิต ไม่ ต้อง แชร์1️⃣LOOK618| เครดิต ฟรี แค่ สมัคร ถอน ได้ 1️⃣2021| คา สิ โน ฝาก 50 ฟรี 1001️⃣M98| imifast281️⃣LOOK618| สล็อต 918 โอน ผ่าน วอ เลท ไม่มี ขั้น ต่ำ1️⃣LOOK618| joker1668 thKeyword1️⃣LOOK618| gs168 slot1️⃣LOOK618| สล็อต xo แจก เครดิต ฟรี1️⃣LOOK618| icon999 ค่า สิ โน1️⃣M98| เกม ที่ มี เครดิต ฟรี1️⃣LOOK618| ฝาก ถอน wallet 1️⃣2021| วิธี เป็น แอด มิ น ค่า สิ โน 1️⃣2021| ทดลอง เล่น ฟรี ถอน ได้1️⃣LOOK618| สมัคร บา คา ร่า วอ เลท1️⃣M98| เข้า จี คลับ1️⃣LOOK618| hungry 8881️⃣M98| สมัคร ครั้ง แรก ฟรี เครดิต1️⃣M98| slotxo gold1️⃣M98| slotxo pgslot1️⃣M98| สล็อต pg เกมส์ ไหน ดี โบนัส แตก บ่อย 2021 1️⃣2021| xo apk 1️⃣2021| slotxo45 1️⃣2021| สล็อต โปร 100 เทิ ร์ น 1 เท่า1️⃣LOOK618| ดั ม มี่ ได้ เงิน จริง ไม่ ต้อง ฝาก ถอน ได้ 1️⃣2021| โจ๊ก เกอร์ 9111️⃣M98| ฝาก 100 รับ 200 บา คา ร่า1️⃣M98| slotxo x1️⃣LOOK618| slotxo ฝาก 1 บาท ได้ 100 วอ เลท1️⃣LOOK618| แอด ไลน์ รับ เครดิต ฟรี 100 บาท 20191️⃣LOOK618| แจก เครดิต ฟรี ไม่ ต้อง แชร์ ไม่ ต้อง ฝาก 1️⃣2021| เครดิต ฟรี สล็อต 1234 ฟรี 2020 1️⃣2021| joker111 slot1️⃣M98| สล็อต ฝาก 20 ได้ 100 1️⃣2021| เกม สล็อต 888 1️⃣2021| sco88 เครดิต ฟรี 150 1️⃣2021| slotxo789 ฝาก ถอน1️⃣LOOK618| pg แตก หนัก1️⃣M98| jdb โปร 1001️⃣LOOK618| ยิง ปลา 555 1️⃣2021| 5gamingth slot1️⃣M98| ทดลอง เล่น สล็อต ค่าย นอก1️⃣M98| pgsoft slot demo1️⃣M98| winclub88 ดี ไหม1️⃣M98| เกมส์ สล็อต เครดิต ฟรี1️⃣LOOK618| ฝาก ไม่มี ขั้น ต่ำ ถอน ไม่มี ขั้น ต่ํา1️⃣LOOK618|